
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
การบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน
ร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปกับเรา เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตของธุรกิจที่แท้จริงต้องมาพร้อมกับการสร้างคุณค่าให้กับโลกใบนี้อย่างสมดุล ไม่ใช่แค่เพียงการสร้างผลกำไร แต่คือการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เราได้วางรากฐาน Sustainability Framework ที่เปรียบเสมือน DNA ขององค์กร ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ:
ด้วยกรอบการทำงานนี้ เราพร้อมที่จะเป็นผู้นำด้านพลังงานทางเลือกที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบประโยชน์สูงสุดให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม และร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับโลกของเรา
เราได้ผสานความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ที่เรียกว่า Triple-E Strategy เพื่อให้ทุกก้าวที่เราเดินเป็นไปเพื่อโลกที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง
- การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดในการดำเนินงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงจากกิจกรรมและกระบวนการผลิตขององค์กร
- การยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ
- การผนึกกำลังกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำอย่างครอบคลุม
- การดำเนินการตรวจสอบและทวนสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเข้มงวด พร้อมเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
- การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการนำโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานขั้นสูง ที่ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน
- การขับเคลื่อนนวัตกรรมในเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
- การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเทคโนโลยีสะอาดและนวัตกรรมเดิมใหม่ อาทิ เทคโนโลยีการเปลี่ยนของเสียเป็นพลังงาน (Waste-to-Energy), การผลิตไฮโดรเจนสะอาด, และเทคโนโลยี Power-to-X เพื่อเร่งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
- การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการและครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำของการผลิตพลังงานสะอาด ไปจนถึงปลายน้ำของการใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการ
- การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านการดำเนินโครงการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการสร้างคาร์บอนเครดิตและผลักดันการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตของธุรกิจต้องควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างสมดุล เราจึงให้ความสำคัญกับการจัดการความยั่งยืนในทุกมิติเพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นนี้ เราได้กำหนดนโยบายความยั่งยืนซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการดำเนินงานของเรา
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
นโยบายความยั่งยืน
การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
แนวทางการบริหารจัดการ
การบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว โดยไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการลดผลกระทบ แต่ยังรวมถึงการสร้างความยืดหยุ่นและการเติบโตในโลกที่กำลังมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ บริษัทจึงได้ผสานหลักการของ TCFD (Task Force on Climate-related Financial Disclosures) และมาตรฐาน International Financial Reporting Standards (IFRS) S2 Climate-related Disclosures เข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรอย่างเป็นระบบ
แนวทางการบริหารจัดการของเราประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
TCFD - IFRS S2 Climate-related Disclosures
ผลการดำเนินงาน
กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ
ส่งเสริมการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ
เรามุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการดำเนินโครงการที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง ผ่านการเข้าร่วม โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) เพื่อสร้างคาร์บอนเครดิตจากโครงการพลังงานสะอาดและโครงการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม



การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
แนวทางการบริหารจัดการ
กลุ่มบริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนามาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญต่อความปลอดภัย สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ความมุ่งมั่นนี้ครอบคลุมการปฏิบัติงานและพนักงานของกลุ่มบริษัทและถ่ายทอดไปยังคู่ค้า หุ้นส่วนทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง รวมถึงครอบคลุมกิจกรรมทางธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ การขนส่ง การจัดจำหน่ายสินค้าและบริการ ตลอดจนการจัดการมลพิษทางสิ่งแวดล้อมและของเสียในทุกขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง
นโยบายคุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
กลุ่มบริษัท มุ่งมั่นที่จะพัฒนามาตรฐานในการบริหารจัดการ และการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญต่อความปลอดภัย สุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งนโยบายดังกล่าวครอบคลุมถึงการปฏิบัติงานและพนักงานบริษัท รวมไปถึงการให้ความมุ่งมั่นด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของกลุ่มบริษัท อีกทั้งกลุ่มบริษัทยังให้ความสำคัญต่อการจัดการทรัพยากร ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมทางธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ การขนส่ง การจำหน่ายสินค้า การบริการ ตลอดจนมลพิษสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการของเสียและในทุกขั้นตอนต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงก่อนเข้าถือครองสินทรัพย์ การควบรวม และการเข้าซื้อกิจการต่างๆ รวมถึงการวางแผน ออกแบบ และดำเนินการ นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นนี้ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของผู้บริหาร พนักงานทุกคน และจะถูกถ่ายทอดไปยัง คู่ค้า หุ้นส่วนทางธุรกิจตลอดจนผู้รับเหมารวมถึงผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
นโยบายคุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ
การปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม
กลุ่มบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการละเมิดสิ่งแวดล้อมหรือการเสียค่าปรับที่สำคัญตั้งแต่ปี 2562-2567
ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
กลุ่มบริษัทได้พัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System: EMS) ตามมาตรฐาน ISO 14001
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
รางวัลและใบรับรองคุณภาพ
การจัดการของเสีย
แนวทางการบริหารจัดการ
กลุ่มบริษัทมุ่งเน้นการลดปริมาณของเสีย และการนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปริมาณของเสียที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ โดยโครงการที่กลุ่มบริษัทรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง เช่น การนำแผงโซล่าที่เริ่มด้อยประสิทธิภาพ มาใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้งานในพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของกลุ่มบริษัท หรือนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าให้แก่ชุมชน เป็นต้น นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทได้กำหนดระเบียบการปฏิบัติเกี่ยวกับการกำจัดขยะและของเสีย (Waste Management Procedure) ให้ถูกต้องและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งจะครอบคลุมการจัดการขยะและของเสียอันตรายจากกระบวนการต่างๆ หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในกลุ่มบริษัท รวมถึงการควบคุมขั้นตอนการคัดแยกประเภท ชนิดของขยะและของเสียอันตราย และให้มีการจัดส่งขยะและของเสียอันตรายไปกำจัดอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทมีแนวทางการบริหารจัดการของเสียตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบตลอดจนการกำจัด จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทมีการจัดการวัสดุเหลือทิ้งด้วยกลยุทธ์ 3Rs (Reduce Reuse Recycle) โดยมุ่งเน้นการลดใช้ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ อีกทั้ง มีการทบทวนและปรับปรุง การจัดการของเสียหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (Waste Management Procedure) อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งการปลูกจิตสำนึกให้แก่พนักงานในองค์กร เกี่ยวกับความเป็นเลิศด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน กลุ่มบริษัทได้รณรงค์และปลูกฝังการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าต่อพนักงานและบุคลากรของกลุ่มบริษัทโดยการจัด “3Rs Campaign Communication” ซึ่งเป็นการมุ่งเน้นการลดการใช้ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกระบวนการบริหารจัดการ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พร้อมกับการควบคุมและติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ
ผลการดำเนินงาน
*ข้อมูลการดำเนินงานธุรกิจโรงไฟฟ้าหมุนเวียน
กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ
โครงการลดปริมาณของเสีย
กลุ่มบริษัทได้จัดทำโครงการลดความสกปรกของน้ำเสียจากการล้างหอกลั่นกลีเซอรีน ด้วยการกรองผ่าน Filter press เพื่อนำน้ำเสียที่ผ่านการกรองกลับมาใช้ซ้ำในกระบวนการผลิตได้ ซึ่งสามารถช่วยลดการกำจัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตได้ 60 ตันต่อเดือน สามารถลดค่ากำจัดน้ำเสียลงได้ จำนวน 54,000 บาทต่อเดือน
การจัดการพลังงาน
แนวทางการบริหารจัดการ
กลุ่มบริษัทมีแนวทางในการบริหารจัดการด้านพลังงาน โดยการพัฒนาระบบการจัดการพลังงานให้มีความเหมาะสม อีกทั้งมีการกำหนดเป้าหมายและจัดทำแผนโครงการอนุรักษ์พลังงานประจำปี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงและไฟฟ้า
ผลการดำเนินงาน
กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ
โครงการลดการใช้พลังงาน



การบริหารจัดการน้ำ
แนวทางการบริหารจัดการ
กลุ่มบริษัทมีแนวทางในการบริหารจัดการน้ำที่เกิดจากการดำเนินงานโดยการนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำ (Recycled water) เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำ นอกจากนี้ ยังมีแผนดำเนินการเพื่อนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดให้เป็นน้ำคุณภาพดีแล้วไปใช้ในพื้นที่สีเขียว เช่น การรดน้ำต้นไม้ของโรงงานเพื่อทดแทนการใช้น้ำประปา เป็นต้น รวมถึงการรณรงค์ และส่งเสริมการนำทรัพยากรกลับมาใช้อย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพสูงสุด แม้ว่าบางโครงการของบริษัทจะตั้งอยู่ในพื้นที่ความเครียดน้ำสูง (water stress area) แต่กลุ่มบริษัทไม่ได้มีการใช้น้ำในปริมาณมากที่จะส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย อีกทั้งกลุ่มบริษัทมีแผนการบริหารจัดการน้ำโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียเป็นอย่างดี
นอกเหนือจากนั้นแล้ว กลุ่มบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในฐานะส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน โดยจัดทำ “รายงานการบริหารจัดการประสิทธิภาพและบริหารความเสี่ยงด้านน้ำแบบบูรณาการ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกในการจัดการและใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานของบริษัทจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
รายงานการบริหารจัดการประสิทธิภาพและบริหารความเสี่ยงด้านน้ำแบบบูรณาการ
ผลการดำเนินงาน
กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ
โครงการลดปริมาณการใช้น้ำ

จากผลการดำเนินงานปี 2567 กลุ่มบริษัทมีปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิต 110,680 ลูกบาศก์เมตร และสามารถนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้ว กลับมาใช้ซ้ำได้อีกจำนวน 4,824 ลูกบาศก์เมตร โดยแบ่งออกเป็น 2 โครงการ ดังนี้

การจัดการมลพิษทางอากาศ
แนวทางการบริหารจัดการ
เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตทางธุรกิจต้องดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างจริงจัง นั่นจึงเป็นที่มาของการจัดทำ นโยบายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ระบุไว้ในคู่มือบริษัทอย่างชัดเจน โดยเรายึดมั่นในการดำเนินงานโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และมุ่งมั่นที่จะลดและป้องกันการเกิดมลพิษในทุกขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เราได้นำระบบ Environmental Management System (EMS) ตามมาตรฐานสากล ISO 14001 มาใช้ในการบริหารจัดการภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เรายังได้ผนวกเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ากับตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานของพนักงานและผู้บริหาร เพื่อสร้างแรงจูงใจและผลักดันให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้
เราให้ความสำคัญกับการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยมีการตรวจวัดและควบคุมมลพิษหลัก ได้แก่ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx), ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางกฎหมาย นอกจากนี้ เรายังมีการตรวจวัดและรายงานข้อมูล ฝุ่นละอองทั้งหมด อย่างสม่ำเสมอ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเฝ้าระวังและพัฒนามาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานและชุมชนโดยรอบ เพื่อร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและน่าอยู่สำหรับทุกคน
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คู่มือบริษัท
ผลการดำเนินงาน
กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ
ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
กลุ่มบริษัทมีแนวทางการจัดการมลพิษทางอากาศ โดยได้ติดตามตรวจสอบและควบคุมปริมาณมลพิษทางอากาศให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยกำหนดปริมาณไม่เกิน 0.33 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (0.33 มก./ลบ.ม.)
การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ
เป้าหมาย
แนวทางการบริหารจัดการ
กลุ่มบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องระบบนิเวศในพื้นที่ปฏิบัติการ โดยได้จัดทำ "ความมุ่งมั่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ" (Biodiversity Commitment) และนำกรอบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพมาใช้ เพื่อลดผลกระทบเชิงลบให้น้อยที่สุด และมีมาตรการลดผลกระทบตามลำดับชั้น (หลีกเลี่ยง ลดผลกระทบ ฟื้นฟู ชดเชย)
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ความมุ่งมั่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
การประเมินและเปิดเผยข้อมูลการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
กลุ่มบริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ จึงได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและจัดทำรายงานขึ้น โดยยึดตามกรอบการประเมิน LEAP (Locate, Evaluate, Assess, Prepare) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ Taskforce on Nature-related Financial Disclosures (TNFD) การประเมินนี้ครอบคลุมการดำเนินงานโดยตรงของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 12 แห่งในประเทศไทย และมีแผนขยายขอบเขตการประเมินให้ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจในอนาคต จากการประเมินพบว่าธุรกิจของเรามีความพึ่งพิงต่อระบบนิเวศหลายประการ โดยเฉพาะการควบคุมสภาพภูมิอากาศและแหล่งน้ำผิวดิน นอกจากนี้ยังระบุถึงความเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ความเสี่ยงจากสัตว์ป่าและมลภาวะ กลุ่มบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะใช้ผลการประเมินนี้เป็นรากฐานในการพัฒนากลยุทธ์และมาตรการลดผลกระทบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในขั้นตอนต่อไปจะมีการประเมินเชิงลึกสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (BAP) ที่เหมาะสมต่อไป
การประยุกต์ใช้หลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น
ในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เราได้นำ หลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น (Mitigation Hierarchy) มาใช้เป็นแนวทางหลักในการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมุ่งเน้นการป้องกันและลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของเราอย่างเป็นระบบและครอบคลุมในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการเติบโตทางธุรกิจของเราจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
รายงานการประเมินและเปิดเผยข้อมูลการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
ผลการดำเนินงาน
การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพประจำปี 2567 ของบริษัทมุ่งเน้นไปที่ การดำเนินงานโดยตรง ของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยครอบคลุมโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 8 แห่งและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 4 แห่งในประเทศไทย พื้นที่ที่ถูกประเมินทั้งหมดรวมถึงพื้นที่ปฏิบัติการและพื้นที่ข้างเคียง คิดเป็นพื้นที่รวม 1,315 เฮกตาร์ จากทั้งหมด 182 แห่ง นอกจากนี้ การประเมินยังพิจารณาในส่วนของห่วงโซ่คุณค่า โดยเน้นไปที่การประเมินเชิงคุณภาพของซัพพลายเออร์ด้านการดำเนินงานและการบำรุงรักษา (O&M) รวมถึงการวิเคราะห์การเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติในส่วนของห่วงโซ่คุณค่าปลายน้ำ ทั้งนี้ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะขยายขอบเขตการประเมินให้ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดในอนาคต
ข้อมูลสรุปผลการประเมินพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัท โดยระบุถึงพื้นที่ที่มีผลกระทบสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนี้
การเพิ่มพื้นที่สีเขียว
กลุ่มบริษัทได้ตั้งปณิธานที่จะเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพื่อธรรมชาติของประเทศให้เกิดความสมดุล โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างระบบนิเวศ ลดภาวะโลกร้อน อีกทั้งยังสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กลุ่มบริษัทจึงได้จัดทำโครงการปลูกป่าโดยมีเป้าหมายปลูกต้นไม้จำนวน 32,000 ต้น ในพื้นที่ 500 ไร่ ภายในปี พ.ศ. 2580 ในพื้นที่ 7 จังหวัด
กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ
การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม

โรงไฟฟ้าพลังงานลมอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ได้แก่ นกและค้างคาว กลุ่มบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาระบบนิเวศในพื้นที่ จึงได้ดำเนินการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพรอบพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จังหวัดชัยภูมิ นครศรีธรรมราช และสงขลา เพื่อเก็บข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในช่วงก่อนก่อสร้างและระยะดำเนินการซึ่งได้มีการฝึกอบรมการจำแนกชนิดนกและค้างคาวให้กับพนักงานของโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
นอกจากจากการอบรมแล้วยังมีการสำรวจเก็บข้อมูลเพื่อติดตามชนิดและประชากรของนกในพื้นที่ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ พบนกบริเวณโครงการ 2 ซึ่งต้นกังหันตั้งอยู่ในพื้นที่เทศบาลหน้าสตน พบนกทั้งสิ้น 27 ชนิด เช่น นกกาบบัว, นกน้ำเล็ก, นกเขาใหญ่, นกอีล้ำน้ำตาล, นกยางโคมใหญ่, นกยางโคมน้อย และนกกระสาคอขาว เป็นต้นทั้งนี้ ในปี 2567 ยังมีการสำรวจเก็บข้อมูลเพื่อติดตามชนิดและประชากรของนกและค้างคาวในพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จังหวัดชัยภูมิ นครศรีธรรมราช และสงขลาอย่างต่อเนื่อง
