ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวมกว่า 5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
โครงการ “รถโดยสารประจำทางไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร”(Bangkok E-Bus Programme) ของบริษัทฯ เป็นโครงการแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จในการซื้อขายคาร์บอนเครดิตภายใต้ข้อตกลงปารีส Article 6.2

การบริหารจัดการสู่ความยั่งยืน

ร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปกับเรา เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตของธุรกิจที่แท้จริงต้องมาพร้อมกับการสร้างคุณค่าให้กับโลกใบนี้อย่างสมดุล ไม่ใช่แค่เพียงการสร้างผลกำไร แต่คือการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เราได้วางรากฐาน Sustainability Framework ที่เปรียบเสมือน DNA ขององค์กร ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ:

สร้างความมั่งคั่งให้เศรษฐกิจ (Economic)
มุ่งเน้นการบริหารจัดการองค์กรที่โปร่งใส การสร้างนวัตกรรมดิจิทัล การลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียว และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน เพื่อสร้างความเติบโตทางธุรกิจที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ
สร้างสังคมที่เข้มแข็ง (Social)
ให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากรและชุมชนรอบข้าง การบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การเคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเท่าเทียม
สร้างโลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Environment)
มุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อขับเคลื่อนโลกสู่ความยั่งยืน

ด้วยกรอบการทำงานนี้ เราพร้อมที่จะเป็นผู้นำด้านพลังงานทางเลือกที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบประโยชน์สูงสุดให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม และร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับโลกของเรา

เราได้ผสานความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ที่เรียกว่า Triple-E Strategy เพื่อให้ทุกก้าวที่เราเดินเป็นไปเพื่อโลกที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

Emissions Revolution
Beyond Zero
  • การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดในการดำเนินงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงจากกิจกรรมและกระบวนการผลิตขององค์กร
  • การยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ
  • การผนึกกำลังกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำอย่างครอบคลุม
  • การดำเนินการตรวจสอบและทวนสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเข้มงวด พร้อมเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
Emissions- Innovation
Technology for Tomorrow
  • การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการนำโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานขั้นสูง ที่ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน
  • การขับเคลื่อนนวัตกรรมในเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
  • การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในเทคโนโลยีสะอาดและนวัตกรรมเดิมใหม่ อาทิ เทคโนโลยีการเปลี่ยนของเสียเป็นพลังงาน (Waste-to-Energy), การผลิตไฮโดรเจนสะอาด, และเทคโนโลยี Power-to-X เพื่อเร่งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
Emissions Economy
Sustainable Value Creation
  • การพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการและครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำของการผลิตพลังงานสะอาด ไปจนถึงปลายน้ำของการใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการ
  • การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านการดำเนินโครงการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการสร้างคาร์บอนเครดิตและผลักดันการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตของธุรกิจต้องควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างสมดุล เราจึงให้ความสำคัญกับการจัดการความยั่งยืนในทุกมิติเพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นนี้ เราได้กำหนดนโยบายความยั่งยืนซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการดำเนินงานของเรา

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

นโยบายความยั่งยืน

การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

เป้าหมาย
ลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อรายได้
%
ภายในปี พ.ศ. 2573
มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
Carbon Neutrality
ภายในปี พ.ศ. 2583
มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
Net Zero Emissions
ภายในปี พ.ศ. 2593

แนวทางการบริหารจัดการ

การบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว โดยไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการลดผลกระทบ แต่ยังรวมถึงการสร้างความยืดหยุ่นและการเติบโตในโลกที่กำลังมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ บริษัทจึงได้ผสานหลักการของ TCFD (Task Force on Climate-related Financial Disclosures) และมาตรฐาน International Financial Reporting Standards (IFRS) S2 Climate-related Disclosures เข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรอย่างเป็นระบบ

แนวทางการบริหารจัดการของเราประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก

1
การกำกับดูแล (Governance):
บริษัทมีโครงสร้างการกำกับดูแล โดยมีคณะกรรมการ Corporate Governance & Sustainability Committee (CGS) และ Risk Management Committee (RMC) ทำหน้าที่ดูแลและกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดบทบาทความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารอย่างชัดเจน และมีการเชื่อมโยงตัวชี้วัดด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับค่าตอบแทนของบุคลากร เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังทั่วทั้งองค์กร
2
กลยุทธ์ (Strategy):
เราให้ความสำคัญกับการบูรณาการประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจในระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและโอกาสในการเติบโตในอนาคตบริษัทได้ทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสอย่างครอบคลุม (Scenario Analysis) โดยพิจารณาจากทั้งความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) ที่เกิดจากผลกระทบโดยตรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้นหรือเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ที่เกิดจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อตอบสนองต่อสิ่งเหล่านี้ นอกจากนี้ เรายังตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็นองค์กร Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ. 2040 (พ.ศ. 2583) และ Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593)
3
การบริหารความเสี่ยง (Risk Management):
เราได้ผนวกการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร (ERM) อย่างเต็มรูปแบบ โดยใช้กระบวนการ 5 ขั้นตอน ได้แก่ การระบุความเสี่ยง การประเมินผล การบริหารจัดการ การติดตาม และการรายงาน นอกจากนี้ เรายังใช้ Internal Carbon Pricing (ICP) เพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางการเงินของโครงการคาร์บอนต่ำ และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
4
ตัวชี้วัดและเป้าหมาย (Metrics and Targets):
เรามีการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง ขอบเขต 1, 2 และ 3 อย่างโปร่งใสตามมาตรฐาน GHG Protocol และ ISO 14064-1 ซึ่งได้รับการตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอกที่เป็นอิสระ และเพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ เราได้กำหนดเป้าหมายในการลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อรายได้ลง 30% ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573)

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

TCFD - IFRS S2 Climate-related Disclosures

ผลการดำเนินงาน

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)
หน่วย: tCO2e

กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ

ส่งเสริมการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

เรามุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการดำเนินโครงการที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง ผ่านการเข้าร่วม โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) เพื่อสร้างคาร์บอนเครดิตจากโครงการพลังงานสะอาดและโครงการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม

โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม
นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปี 2560 โครงการพลังงานลมของเราได้ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องและได้รับการรับรองมาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER standard) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) - อบก. โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้รวมกว่า 2.3 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
จากการดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2558 เราสามารถสร้างคาร์บอนเครดิตที่ผ่านการรับรองจาก อบก. ได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้รวมกว่า 2.7 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
โครงการรถโดยสารประจำทางไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร
ถือเป็นโครงการที่สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในระดับโลก ด้วยการเป็นโครงการแรกที่ขายคาร์บอนเครดิตในรูปแบบใหม่ (Internationally Transferred Mitigation Outcomes - ITMOs) ภายใต้ข้อตกลงปารีส Article 6.2 ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทขององค์กรในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนในระดับสากล

การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ไม่พบการละเมิด ด้านสิ่งแวดล้อม ระดับรุนแรงมาก
ผลการดำเนินงาน
ในปี 2567
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
กับการละเมิดสิ่งแวดล้อมที่สำคัญใดๆ และไม่ได้เสียค่าปรับที่สำคัญใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา

แนวทางการบริหารจัดการ

กลุ่มบริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนามาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญต่อความปลอดภัย สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ความมุ่งมั่นนี้ครอบคลุมการปฏิบัติงานและพนักงานของกลุ่มบริษัทและถ่ายทอดไปยังคู่ค้า หุ้นส่วนทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง รวมถึงครอบคลุมกิจกรรมทางธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ การขนส่ง การจัดจำหน่ายสินค้าและบริการ ตลอดจนการจัดการมลพิษทางสิ่งแวดล้อมและของเสียในทุกขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง

นโยบายคุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

กลุ่มบริษัท มุ่งมั่นที่จะพัฒนามาตรฐานในการบริหารจัดการ และการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญต่อความปลอดภัย สุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งนโยบายดังกล่าวครอบคลุมถึงการปฏิบัติงานและพนักงานบริษัท รวมไปถึงการให้ความมุ่งมั่นด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของกลุ่มบริษัท อีกทั้งกลุ่มบริษัทยังให้ความสำคัญต่อการจัดการทรัพยากร ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมทางธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ การขนส่ง การจำหน่ายสินค้า การบริการ ตลอดจนมลพิษสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการของเสียและในทุกขั้นตอนต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงก่อนเข้าถือครองสินทรัพย์ การควบรวม และการเข้าซื้อกิจการต่างๆ รวมถึงการวางแผน ออกแบบ และดำเนินการ นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นนี้ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของผู้บริหาร พนักงานทุกคน และจะถูกถ่ายทอดไปยัง คู่ค้า หุ้นส่วนทางธุรกิจตลอดจนผู้รับเหมารวมถึงผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

นโยบายคุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ

การปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม

กลุ่มบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการละเมิดสิ่งแวดล้อมหรือการเสียค่าปรับที่สำคัญตั้งแต่ปี 2562-2567

ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม

กลุ่มบริษัทได้พัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System: EMS) ตามมาตรฐาน ISO 14001

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

รางวัลและใบรับรองคุณภาพ

การจัดการของเสีย

เป้าหมาย
เพิ่มปริมาณของเสียที่นำกลับมาใช้ใหม่/รีไซเคิล
%
ภายในปี 2569

แนวทางการบริหารจัดการ

กลุ่มบริษัทมุ่งเน้นการลดปริมาณของเสีย และการนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดปริมาณของเสียที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ โดยโครงการที่กลุ่มบริษัทรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง เช่น การนำแผงโซล่าที่เริ่มด้อยประสิทธิภาพ มาใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้งานในพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของกลุ่มบริษัท หรือนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าให้แก่ชุมชน เป็นต้น นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทได้กำหนดระเบียบการปฏิบัติเกี่ยวกับการกำจัดขยะและของเสีย (Waste Management Procedure) ให้ถูกต้องและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งจะครอบคลุมการจัดการขยะและของเสียอันตรายจากกระบวนการต่างๆ หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในกลุ่มบริษัท รวมถึงการควบคุมขั้นตอนการคัดแยกประเภท ชนิดของขยะและของเสียอันตราย และให้มีการจัดส่งขยะและของเสียอันตรายไปกำจัดอย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทมีแนวทางการบริหารจัดการของเสียตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบตลอดจนการกำจัด จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทมีการจัดการวัสดุเหลือทิ้งด้วยกลยุทธ์ 3Rs (Reduce Reuse Recycle) โดยมุ่งเน้นการลดใช้ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ อีกทั้ง มีการทบทวนและปรับปรุง การจัดการของเสียหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (Waste Management Procedure) อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งการปลูกจิตสำนึกให้แก่พนักงานในองค์กร เกี่ยวกับความเป็นเลิศด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน กลุ่มบริษัทได้รณรงค์และปลูกฝังการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าต่อพนักงานและบุคลากรของกลุ่มบริษัทโดยการจัด “3Rs Campaign Communication” ซึ่งเป็นการมุ่งเน้นการลดการใช้ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกระบวนการบริหารจัดการ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พร้อมกับการควบคุมและติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ

ผลการดำเนินงาน

ปริมาณของเสียที่นำไปรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ซ้ำรวม
เมตริกตัน

*ข้อมูลการดำเนินงานธุรกิจโรงไฟฟ้าหมุนเวียน

กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ

โครงการลดปริมาณของเสีย

ธุรกิจไบโอดีเซล

กลุ่มบริษัทได้จัดทำโครงการลดความสกปรกของน้ำเสียจากการล้างหอกลั่นกลีเซอรีน ด้วยการกรองผ่าน Filter press เพื่อนำน้ำเสียที่ผ่านการกรองกลับมาใช้ซ้ำในกระบวนการผลิตได้ ซึ่งสามารถช่วยลดการกำจัดน้ำเสียจากกระบวนการผลิตได้ 60 ตันต่อเดือน สามารถลดค่ากำจัดน้ำเสียลงได้ จำนวน 54,000 บาทต่อเดือน

สามารถลดค่ากำจัดน้ำเสียลงได้
จำนวน บาทต่อเดือน

การจัดการพลังงาน

เป้าหมาย
ลดการใช้พลังงาน
ร้อยละ ต่อปี

แนวทางการบริหารจัดการ

กลุ่มบริษัทมีแนวทางในการบริหารจัดการด้านพลังงาน โดยการพัฒนาระบบการจัดการพลังงานให้มีความเหมาะสม อีกทั้งมีการกำหนดเป้าหมายและจัดทำแผนโครงการอนุรักษ์พลังงานประจำปี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงและไฟฟ้า

ผลการดำเนินงาน

ปริมาณการใช้พลังงานที่ไม่หมุนเวียนรวม
เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh)
ปริมาณการใช้พลังงานหมุนเวียนรวม
เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh)

กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ

โครงการลดการใช้พลังงาน

ธุรกิจไบโอดีเซล
1
โครงการลดปริมาณการใช้ถ่านหิน (Coal)
จากการล้างทำความสะอาดผนังเหล็กด้านสัมผัสน้ำด้วยเคมีของหม้อไอน้ำ (Boiler) 16 ตัน ซึ่งทำให้สามารถลดปริมาณการใช้ถ่านหินลง 131,220.21 กิโลกรัม/ปี หรือ 131.22 ตัน/ปี
2
โครงการเปลี่ยนใบพัดลมคูลลิ่งทาวเวอร์
จากการเปลี่ยนวัสดุของใบพัดลมคูลลิ่งทาว์เวอร์จากอะลูมิเนียมเป็นวัสดุ FRP (Fiberglass Reinforced Plastic) ซึ่งมีน้ำหนักเบา สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลง 126,327.96 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)
ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
1
โครงการแผงโซล่าเซลล์ติดตั้งบนหลังคา
มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบริเวณอาคารสำนักงาน โรงจอดรถ รวมทั้งอาคารคลังสินค้าภายในกลุ่มบริษัท จังหวัดนครสวรรค์ พิษณุโลก ชัยภูมิ ลำปาง และนครศรีธรรมราช สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากภายนอกรวมทั้งสิ้น 382,158.10 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)
2
โครงการแผงโซล่าเซลล์แบบทุ่นลอยน้ำ
มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์แบบทุ่นลอยน้ำบริเวณสระน้ำภายในโครงการการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จังหวัดลพบุรี สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากภายนอกรวมทั้งสิ้น 34,256.80 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)
ธุรกิจแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์
1
โครงการแผงโซล่าเซลล์ติดตั้งบนหลังคา
มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา ขนาด 2.849 เมกะวัตต์ (MW) บริเวณอาคารผลิตภายในบริษัทเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตและตู้กักเก็บพลังงาน (ESS) ของโรงงาน ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากภายนอกรวมทั้งสิ้น 1,570,676.30 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)
2
โครงการติดตั้งระบบทำความเย็นแบบดูดซับ ชนิด LiBr
ติดตั้งระบบทำความเย็นแบบดูดซับ ชนิด LiBr (Absorption chiller ชนิด LiBr) ขนาด 500 ตันความเย็น เพื่อใช้ไอน้ำส่วนเกินที่เกิดขึ้นจากการผลิตไอน้ำของหม้อไอน้ำ มาเป็นพลังงานในการขับเคลื่อนระบบทำความเย็นแบบดูดซับ ทำให้ลดการใช้ไฟฟ้าของระบบทำความเย็น (Chiller) ซึ่งส่งความเย็นเข้าสู่ระบบปรับอากาศภายในอาคารผลิตหลัก และอาคารผลิตสาธารณูปโภค ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากเดิม 7,959,285.12 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) เหลือเพียง 7,359,050.58 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) รวมประหยัดพลังงานทั้งสิ้น 600,234.54 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) หรือคิดเป็น 7.54%

การบริหารจัดการน้ำ

เป้าหมาย
ลดการใช้น้ำลงร้อยละ
ต่อปี

แนวทางการบริหารจัดการ

กลุ่มบริษัทมีแนวทางในการบริหารจัดการน้ำที่เกิดจากการดำเนินงานโดยการนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำ (Recycled water) เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำ นอกจากนี้ ยังมีแผนดำเนินการเพื่อนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดให้เป็นน้ำคุณภาพดีแล้วไปใช้ในพื้นที่สีเขียว เช่น การรดน้ำต้นไม้ของโรงงานเพื่อทดแทนการใช้น้ำประปา เป็นต้น รวมถึงการรณรงค์ และส่งเสริมการนำทรัพยากรกลับมาใช้อย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพสูงสุด แม้ว่าบางโครงการของบริษัทจะตั้งอยู่ในพื้นที่ความเครียดน้ำสูง (water stress area) แต่กลุ่มบริษัทไม่ได้มีการใช้น้ำในปริมาณมากที่จะส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย อีกทั้งกลุ่มบริษัทมีแผนการบริหารจัดการน้ำโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียเป็นอย่างดี

นอกเหนือจากนั้นแล้ว กลุ่มบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในฐานะส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน โดยจัดทำ “รายงานการบริหารจัดการประสิทธิภาพและบริหารความเสี่ยงด้านน้ำแบบบูรณาการ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกในการจัดการและใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานของบริษัทจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

รายงานการบริหารจัดการประสิทธิภาพและบริหารความเสี่ยงด้านน้ำแบบบูรณาการ

ผลการดำเนินงาน

ปริมาณการดึงน้ำมาใช้รวม
หน่วย: ล้านลูกบาศก์เมตร
ปริมาณการปล่อยน้ำทิ้งรวม
หน่วย: ล้านลูกบาศก์เมตร
ปริมาณการใช้น้ำรวม
หน่วย: ล้านลูกบาศก์เมตร

กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ

โครงการลดปริมาณการใช้น้ำ

ธุรกิจไบโอดีเซล

จากผลการดำเนินงานปี 2567 กลุ่มบริษัทมีปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการผลิต 110,680 ลูกบาศก์เมตร และสามารถนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้ว กลับมาใช้ซ้ำได้อีกจำนวน 4,824 ลูกบาศก์เมตร โดยแบ่งออกเป็น 2 โครงการ ดังนี้

1
โครงการนำน้ำที่ระบายทิ้งจากคูลลิ่งทาวเวอร์ (น้ำ Blowdown)
มาใช้เติมในระบบน้ำดับเพลิงทดแทนการใช้น้ำประปา ซึ่งสามารถทดแทนการใช้น้ำประปาได้ 3,024 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 9.72% ของน้ำที่เติมเข้าในระบบของคูลลิ่งทาวเวอร์
2
โครงการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้ว
นำกลับมาใช้ใหม่ในการทำความสะอาดพื้นที่โรงงาน โดยสามารถลดการใช้น้ำประปาได้ 1,800 ลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นประมาณ 2% ของการใช้น้ำประปาทั้งหมดของโรงงาน
ธุรกิจแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์
1
โครงการกำหนดค่า Electrical Conductivity (EC) ของบ่อล้าง
โดยตรวจวัดค่า EC ของบ่อ Water Rinse2 และบ่อ Water Rinse4 ให้อยู่ ในเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อลดการเติมน้ำ DI (น้ำที่ผ่านขบวนการขจัดอิออนของสารละลายทั้งหมด) ซึ่งสามารถลดปริมาณการใช้น้ำประปาที่นำมาผลิตเป็นน้ำ DI ลงได้ 50.4 ลูกบาศก์เมตร/เดือน
2
โครงการระบบน้ำล้างผิวตัวรถและชิ้นส่วนก่อนกระบวนการชุบ EDP
โดยเพิ่มคุณภาพของชิ้นงานหลังการชุบสี ทำให้ลดการใช้น้ำประปาในการผลิตน้ำ DI ได้ 878 ลิตร/รถ 1 คัน

การจัดการมลพิษทางอากาศ

แนวทางการบริหารจัดการ

เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตทางธุรกิจต้องดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างจริงจัง นั่นจึงเป็นที่มาของการจัดทำ นโยบายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ระบุไว้ในคู่มือบริษัทอย่างชัดเจน โดยเรายึดมั่นในการดำเนินงานโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และมุ่งมั่นที่จะลดและป้องกันการเกิดมลพิษในทุกขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เราได้นำระบบ Environmental Management System (EMS) ตามมาตรฐานสากล ISO 14001 มาใช้ในการบริหารจัดการภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เรายังได้ผนวกเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ากับตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานของพนักงานและผู้บริหาร เพื่อสร้างแรงจูงใจและผลักดันให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้

เราให้ความสำคัญกับการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยมีการตรวจวัดและควบคุมมลพิษหลัก ได้แก่ ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx), ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางกฎหมาย นอกจากนี้ เรายังมีการตรวจวัดและรายงานข้อมูล ฝุ่นละอองทั้งหมด อย่างสม่ำเสมอ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเฝ้าระวังและพัฒนามาตรการเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานและชุมชนโดยรอบ เพื่อร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและน่าอยู่สำหรับทุกคน

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คู่มือบริษัท

ผลการดำเนินงาน

ผลการตรวจวัด TSP (Total Suspended Particles)
ESL
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จังหวัดลำปาง
0.330
มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ESP
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จังหวัดพิษณุโลก
0.021
มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ESN
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จังหวัดนครสวรรค์
0.067
มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ESLO
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จังหวัดลพบุรี
0.049
มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ

ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

กลุ่มบริษัทมีแนวทางการจัดการมลพิษทางอากาศ โดยได้ติดตามตรวจสอบและควบคุมปริมาณมลพิษทางอากาศให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยกำหนดปริมาณไม่เกิน 0.33 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (0.33 มก./ลบ.ม.)

กำหนดการจัดการมลพิษทางอากาศ ตรวจสอบและควบคุมปริมาณ
ไม่เกิน มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

เป้าหมาย

มุ่งสู่การบรรลุ
ผลกระทบเชิงบวกสุทธิ (Net Positive Impact -NPI)
ต่อความหลากหลายทางชีวภาพจากการดำเนินงานทั้งหมดของบริษัท ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยบริษัทจะดำเนินโครงการเพื่อมุ่งสู่ ความสูญเสียสุทธิเป็นศูนย์ (No Net Loss -NNL)

แนวทางการบริหารจัดการ

กลุ่มบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องระบบนิเวศในพื้นที่ปฏิบัติการ โดยได้จัดทำ "ความมุ่งมั่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ" (Biodiversity Commitment) และนำกรอบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพมาใช้ เพื่อลดผลกระทบเชิงลบให้น้อยที่สุด และมีมาตรการลดผลกระทบตามลำดับชั้น (หลีกเลี่ยง ลดผลกระทบ ฟื้นฟู ชดเชย)

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ความมุ่งมั่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

การประเมินและเปิดเผยข้อมูลการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

กลุ่มบริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ จึงได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและจัดทำรายงานขึ้น โดยยึดตามกรอบการประเมิน LEAP (Locate, Evaluate, Assess, Prepare) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ Taskforce on Nature-related Financial Disclosures (TNFD) การประเมินนี้ครอบคลุมการดำเนินงานโดยตรงของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 12 แห่งในประเทศไทย และมีแผนขยายขอบเขตการประเมินให้ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจในอนาคต จากการประเมินพบว่าธุรกิจของเรามีความพึ่งพิงต่อระบบนิเวศหลายประการ โดยเฉพาะการควบคุมสภาพภูมิอากาศและแหล่งน้ำผิวดิน นอกจากนี้ยังระบุถึงความเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ความเสี่ยงจากสัตว์ป่าและมลภาวะ กลุ่มบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะใช้ผลการประเมินนี้เป็นรากฐานในการพัฒนากลยุทธ์และมาตรการลดผลกระทบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในขั้นตอนต่อไปจะมีการประเมินเชิงลึกสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (BAP) ที่เหมาะสมต่อไป

การประยุกต์ใช้หลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น

ในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เราได้นำ หลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น (Mitigation Hierarchy) มาใช้เป็นแนวทางหลักในการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมุ่งเน้นการป้องกันและลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของเราอย่างเป็นระบบและครอบคลุมในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการเติบโตทางธุรกิจของเราจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ

หลักการนี้ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญ ได้แก่:
ดูภาพขนาดใหญ่
หลีกเลี่ยง (Avoid):
กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับขั้นตอนแรกสุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบตั้งแต่ต้น โดยการประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพในการเลือกพื้นที่ตั้งโครงการในอนาคต กลุ่มบริษัท ได้ให้ความมุ่งมั่นไว้ในพันธสัญญาด้านความหลากหลายทางชีวภาพว่า จะไม่มีกลุ่มธุรกิจใดดำเนินกิจการในพื้นที่มรดกโลก และพื้นที่คุ้มครองตามประกาศขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ประเภทที่ I ถึง IV เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
ลด (Reduce):
สำหรับผลกระทบที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เรามุ่งมั่นที่จะใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดผลกระทบนั้นให้เหลือน้อยที่สุด ตัวอย่างเช่น ในโครงการพลังงานลม เรามีการจัดทำโปรแกรมเฝ้าระวังประชากรนกและค้างคาวเพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตสัตว์ สำหรับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ เราได้ริเริ่มการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้น้ำ (Technological Reduction) เช่น ระบบทำความสะอาดแผงโซลาร์แบบไม่ใช้น้ำ (waterless solar panel cleaning systems)
ฟื้นฟูและสร้างใหม่ (Restore & Regenerate):
เราแสดงความรับผิดชอบในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยผ่านโครงการปลูกป่าในพื้นที่โดยรอบเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศและสร้างที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติสำหรับสัตว์ในท้องถิ่น เช่น การช่วยฟื้นฟูป่าและระบบนิเวศในจังหวัดชัยภูมิ
เปลี่ยนผ่าน (Transform):
กลุ่มบริษัทมุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ โดยได้จัดทำนโยบายไม่ตัดไม้ทำลายป่า (No Deforestation Policy) เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าของเราปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เรายังทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืน

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

รายงานการประเมินและเปิดเผยข้อมูลการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

ผลการดำเนินงาน

การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพประจำปี 2567 ของบริษัทมุ่งเน้นไปที่ การดำเนินงานโดยตรง ของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยครอบคลุมโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 8 แห่งและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 4 แห่งในประเทศไทย พื้นที่ที่ถูกประเมินทั้งหมดรวมถึงพื้นที่ปฏิบัติการและพื้นที่ข้างเคียง คิดเป็นพื้นที่รวม 1,315 เฮกตาร์ จากทั้งหมด 182 แห่ง นอกจากนี้ การประเมินยังพิจารณาในส่วนของห่วงโซ่คุณค่า โดยเน้นไปที่การประเมินเชิงคุณภาพของซัพพลายเออร์ด้านการดำเนินงานและการบำรุงรักษา (O&M) รวมถึงการวิเคราะห์การเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติในส่วนของห่วงโซ่คุณค่าปลายน้ำ ทั้งนี้ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะขยายขอบเขตการประเมินให้ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดในอนาคต

ข้อมูลสรุปผลการประเมินพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัท โดยระบุถึงพื้นที่ที่มีผลกระทบสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนี้

พื้นที่ทั้งหมดของสถานที่ปฏิบัติการของบริษัท
จำนวนสถานที่
แห่ง
พื้นที่
เฮกตาร์
พื้นที่ที่ประเมินผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
จำนวนสถานที่
แห่ง
พื้นที่
เฮกตาร์
พื้นที่ทั้งหมดที่เข้าข่ายมีผลกระทบ
จำนวนสถานที่
0
แห่ง
พื้นที่
0
เฮกตาร์
พื้นที่ทั้งหมดที่มีแผนการจัดการ
จำนวนสถานที่
0
แห่ง
พื้นที่
0
เฮกตาร์

การเพิ่มพื้นที่สีเขียว

กลุ่มบริษัทได้ตั้งปณิธานที่จะเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพื่อธรรมชาติของประเทศให้เกิดความสมดุล โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างระบบนิเวศ ลดภาวะโลกร้อน อีกทั้งยังสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน กลุ่มบริษัทจึงได้จัดทำโครงการปลูกป่าโดยมีเป้าหมายปลูกต้นไม้จำนวน 32,000 ต้น ในพื้นที่ 500 ไร่ ภายในปี พ.ศ. 2580 ในพื้นที่ 7 จังหวัด

เป้าหมายปลูกต้นไม้ จำนวน ต้น
ในพื้นที่ 500 ไร่ ภายในปี พ.ศ. 2580 ในพื้นที่ 7 จังหวัด

กรณีศึกษา/เรื่องราวความสำเร็จ

การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม

โรงไฟฟ้าพลังงานลมอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ได้แก่ นกและค้างคาว กลุ่มบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาระบบนิเวศในพื้นที่ จึงได้ดำเนินการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพรอบพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จังหวัดชัยภูมิ นครศรีธรรมราช และสงขลา เพื่อเก็บข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในช่วงก่อนก่อสร้างและระยะดำเนินการซึ่งได้มีการฝึกอบรมการจำแนกชนิดนกและค้างคาวให้กับพนักงานของโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

นอกจากจากการอบรมแล้วยังมีการสำรวจเก็บข้อมูลเพื่อติดตามชนิดและประชากรของนกในพื้นที่ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ พบนกบริเวณโครงการ 2 ซึ่งต้นกังหันตั้งอยู่ในพื้นที่เทศบาลหน้าสตน พบนกทั้งสิ้น 27 ชนิด เช่น นกกาบบัว, นกน้ำเล็ก, นกเขาใหญ่, นกอีล้ำน้ำตาล, นกยางโคมใหญ่, นกยางโคมน้อย และนกกระสาคอขาว เป็นต้นทั้งนี้ ในปี 2567 ยังมีการสำรวจเก็บข้อมูลเพื่อติดตามชนิดและประชากรของนกและค้างคาวในพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จังหวัดชัยภูมิ นครศรีธรรมราช และสงขลาอย่างต่อเนื่อง

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

Annual Environmental and Social Monitoring Report 2023
Biodiversity Commitment
Biodiversity Risk Assessment 2023
Climate-Related Risk Management Report 2023
Energy Management Programs
Greenhouse Gas Emission Target
TCFD – IFRS S2 Climate-Related Disclosures 2024
Waste Management Programs
Water Risk Management Programs
นโยบายการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า
นโยบายการอนุรักษ์พลังงาน
นโยบายการเพิ่มพื้นที่สีเขียว
นโยบายคุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
รายงานการบริหารจัดการประสิทธิภาพและบริหารความเสี่ยงด้านน้ำแบบบูรณาการ 2567
รายงานการประเมินและเปิดเผยข้อมูลการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ 2567