
การกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมทางธุรกิจ
แนวทางการบริหารจัดการ
คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีคู่มือบริษัท ซึ่งประกอบด้วย วัฒนธรรมองค์กร (วิสัยทัศน์, พันธกิจ, ค่านิยม), จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ, จรรยาบรรณกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน, การกำกับดูแลกิจการ, ความรับผิดชอบต่อสังคม และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนรับทราบทำความเข้าใจ และยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และมีมาตรการในการติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตาม โดยคณะกรรมการบริษัทกำหนดให้เป็นหน้าที่ของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ที่ต้องปฏิบัติตาม นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังส่งเสริมให้เผยแพร่คู่มือบริษัทให้ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทราบ โดยเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์กลุ่มบริษัท และกำหนดให้มีการทบทวนคู่มือบริษัททุกปี
โครงสร้างการกำกับดูแลและบทบาทความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
โครงสร้างและบทบาทของคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่หลากหลายตามตารางความรู้ความชำนาญ (Board Skills Matrix) ซึ่งครอบคลุมทักษะจำเป็นด้านกลยุทธ์ นวัตกรรมพลังงาน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) โดยกรรมการทุกท่านมีความทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ตามหลักความระมัดระวังและความซื่อสัตย์ (Fiduciary Duties) เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ทั้งนี้ คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำหนดวิสัยทัศน์และนโยบายเชิงกลยุทธ์ พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อกลั่นกรองภารกิจเฉพาะด้านอย่างละเอียด ตลอดจนกำกับดูแลฝ่ายจัดการและเลขานุการบริษัทให้ดำเนินงานตามกฎหมาย ข้อบังคับ และจรรยาบรรณธุรกิจอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างกลไกการกำกับดูแลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพสูงสุดทั่วทั้งกลุ่มบริษัท โดยโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย มีรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้
บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทและกรรมการชุดย่อย
- กำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ นโยบายและทิศทางการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท
- ควบคุมดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดต่อกลุ่มบริษัท และผู้ถือหุ้น
- เป็นอิสระจากฝ่ายบริหารเพื่อดูแลการทำงานและผลประกอบการของฝ่ายบริหารให้มีความตั้งใจและระมัดระวังในการปฏิบัติงาน รวมทั้งประเมินการทำงานและกำหนดค่าตอบแทน
- พิจารณาและกลั่นกรองทิศทางการดำเนินงาน แผนธุรกิจ และกลยุทธ์ ในการดำเนินงาน และควบคุมดูแลการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามนโยบาย เป้าหมาย แผนการดำเนินงาน กลยุทธ์ทางธุรกิจ และงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
- พิจารณาระเบียบวิธีปฏิบัติ และคู่มือการปฏิบัติงานของกลุ่มบริษัท
- พิจารณารายงานทางการเงิน ความครบถ้วนของข้อมูล และประเมินความเหมาะสมของหลักการบัญชีที่ใช้ในรายงานทางการเงิน
- สอบทานเพื่อให้มั่นใจว่าฝ่ายบริหารได้กำหนดให้มีการควบคุมภายใน รวมถึงการควบคุมภายในของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม เพียงพอและครอบคลุมความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และแนวทางการสื่อสารความสำคัญของการควบคุมภายใน
- สอบทานประสิทธิภาพของผลการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในว่าได้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบภายใน
- กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลและสนับสนุนให้มีการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท รวมถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ตลอดจนพิจารณาและทบทวนมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านั้นให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้
- ติดตามการนำไปปฏิบัติ สอบทานรายงานการบริหารความเสี่ยง และดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการความเสี่ยงมีความเพียงพอและเหมาะสม และการบริหารความเสี่ยงได้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
- พิจารณานโยบายและแนวทางปฏิบัติการกำกับดูแลกิจการที่ดี และวางแผนเกี่ยวกับกิจการที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อสังคม และผู้มีส่วนได้เสีย
- พิจารณาและให้คำแนะนำในการจัดทำกรอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาด้านความยั่งยืนให้มีมาตรฐาน รวมทั้งสามารถเทียบเคียงได้กับแนวปฏิบัติหรือหลักการที่เป็นสากล เพื่อให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของกลุ่มบริษัท
- กำหนดนโยบายด้านความยั่งยืนและด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้สอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล ทั้งในระดับสากลและระดับประเทศ รวมถึงพิจารณาความเคลื่อนไหวที่เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนและด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท
- พิจารณานโยบายการสรรหากรรมการและผู้บริหารระดับสูง เพื่อสรรหาและคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งที่มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณสมบัติเหมาะสม
- ทบทวนระบบประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
- พิจารณาให้มีการจัดทำแผนการสืบทอดงาน และทบทวนแผนการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง
- พิจารณาให้มีการจัดทำแผนการพัฒนากรรมการเพื่อพัฒนาความรู้ บทบาทหน้าที่ของกรรมการ รวมถึงกฎเกณฑ์หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกลุ่มบริษัท
- พิจารณาโครงสร้างอัตราค่าตอบแทน และเสนอค่าตอบแทนสำหรับคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และผู้บริหารระดับสูง
องค์ประกอบของคณะกรรมการ
กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับโครงสร้างคณะกรรมการที่มีการถ่วงดุลอำนาจอย่างเหมาะสม เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทมีจำนวนทั้งหมด 12 ท่าน โดยมีรายละเอียดองค์ประกอบดังนี้:
คุณสมบัติและทักษะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทมีคุณสมบัติและทักษะที่หลากหลาย โดยสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทฯ มีการจัดทำตารางความรู้ความชำนาญ (Board Skills Matrix) จากประสบการณ์ ประวัติการศึกษา การอบรม
ความรู้และความสามารถของกรรมการบริษัท
- ประธานกรรมการบริษัท (กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร)
- 17 ปี 9 เดือน
- เศรษฐศาสตร์
- ประกันภัยและประกันชีวิต
- กฎหมาย
- การเจรจาต่อรอง
- ผู้นำ
- กรรมการอิสระ
- 13 ปี 6 เดือน
- พลังงานและสาธารณูปโภค
- วิศวกรรม
- ตรวจสอบภายใน
- การจัดการความเสี่ยง
- การกำกับดูแล
- กรรมการอิสระ
- 15 ปี 1 เดือน
- กฎหมาย
- ตรวจสอบภายใน
- การจัดการความเสี่ยง
- การกำกับดูแล
- การเจรจาต่อรอง
- กรรมการอิสระ
- 10 ปี 8 เดือน
- ธนาคาร
- ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
- เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
- ความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ
- วิศวกรรม
- ตรวจสอบภายใน
- กรรมการอิสระ
- 5 ปี 8 เดือน
- เงินทุนและหลักทรัพย์
- วิษศวกรรม
- การเงิน
- การจัดการกองทุน
- การบริหารธุรกิจ
- กรรมการบริษัท (กรรมการที่เป็นผู้บริหาร)
- 1 ปี 8 เดือน
- บริหารธุรกิจ
- บัญชี
- สื่อและสิ่งพิมพ์
- กรรมการบริษัท (กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร)
- 1 ปี 8 เดือน
- ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
- บริหารธุรกิจ
- พลังงานและสาธารณูปโภค
- วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
- ความยั่งยืน
- กรรมการบริษัท (กรรมการที่เป็นผู้บริหาร)
- 1 ปี 5 เดือน
- การเงิน
- วิศวกรรม
- บริหารธุรกิจ
- การจัดการความเปลี่ยนแปลง
- ผู้นำ
- กรรมการบริษัท (กรรมการที่เป็นผู้บริหาร)
- 1 ปี 5 เดือน
- ธนาคาร
- เงินทุนและหลักทรัพย์
- การเงิน
- วิศวกรรม
- บริหารธุรกิจ
- กรรมการบริษัท (กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร)
- 1 ปี 5 เดือน
- เศรษฐศาสตร์
- บริหารธุรกิจ
- เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
- การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
- กรรมการบริษัท (กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร)
- 1 ปี
- เศรษฐศาสตร์
- บริหารธุรกิจ
- ประกันภัยและประกันชีวิต
- การเงิน
- การลงทุนและหลักทรัพย์
- กรรมการอิสระ
- 1 เดือน
- ประกันภัยและประกันชีวิต
- บริหารรัฐกิจ
- กฎหมาย
- การตรวจสอบ
- การตรวจสอบ
หมายเหตุ: (1) การดำรงตำแหน่งถึง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
การอบรมและพัฒนาความรู้กรรมการ
ปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่ (New Director Orientation)
กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่จะได้รับทราบข้อมูลของกลุ่มบริษัท กฎระเบียบและข้อมูลธุรกิจที่สำคัญของกลุ่มบริษัทต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ โดยเลขานุการบริษัทได้รับมอบหมายให้นำส่งข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กร ลักษณะการประกอบธุรกิจ โครงสร้างการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท ข้อบังคับของบริษัท และคู่มือบริษัท ซึ่งรวบรวมนโยบายและแนวปฏิบัติที่สำคัญขององค์กร (Key Corporate Policies and Practices) อันประกอบด้วย วัฒนธรรมองค์กร จรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจ จรรยาบรรณกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน การกำกับดูแลกิจการที่ดี และนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อให้กรรมการมีความเข้าใจในบริบททางธุรกิจและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่
กลุ่มบริษัทส่งเสริมให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงพัฒนาความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับการทำงานของคณะกรรมการชุดใหญ่และคณะกรรมการชุดย่อย ดังนี้:
ค่าตอบแทนกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูง
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนมีหน้าที่กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการบริษัท และนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นต่อไปตามลำดับ โดยมีกระบวนการพิจารณาค่าตอบแทนซึ่งคำนึงถึงความเหมาะสมกับหน้าที่ ความรับผิดชอบ และประโยชน์ที่ได้รับจากกรรมการ
นอกจากค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทแล้ว กลุ่มบริษัท ยังคำนึงถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นจากการมีคณะกรรมการชุดย่อยเพิ่มขึ้น โดยคณะกรรมการบริษัทได้เสนอเพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนของคณะกรรมการชุดย่อย สำหรับการกำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงมีขั้นตอนการพิจารณา จะต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
การป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest Prevention and Management)
กลุ่มบริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยมีมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่สำคัญดังนี้:
การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน
นโยบายและการบริหารจัดการความเสี่ยง
กลุ่มบริษัทกำหนดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดซึ่งครอบคลุมถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและคอร์รัปชันในทุกกระบวนการทำงาน โดยมีการทบทวนความเสี่ยงและมาตรการจัดการต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการควบคุมภายในมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และสามารถป้องกันความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ตามมาตรฐานสากล
การประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ในพื้นที่การดำเนินงานที่มีความเสี่ยงสูง(High-Risk Operations & Corruption Risk Assessment)
กลุ่มบริษัทกำหนดนโยบายและขั้นตอนปฏิบัติการที่เข้มงวดเพื่อจัดการความเสี่ยงด้านการทุจริตและการประพฤติมิชอบในทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกิจกรรมที่ถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงสูง (High-Risk Operations) เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ Zero-Tolerance ขององค์กร ดังนี้:
- กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส (Rigorous Procurement Process): สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง กลุ่มบริษัท กำหนดให้ต้องผ่านการพิจารณาจาก คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement Committee) เพื่อตรวจสอบความสมเหตุสมผลและโปร่งใสในทุกขั้นตอน
- การควบคุมภายในและการตรวจสอบ (Internal Controls & Audit): มีการกำหนดการควบคุมภายในที่รัดกุม เช่น การแบ่งแยกหน้าที่ (Segregation of Duties) และการอนุมัติหลายระดับ (Multi-level Approvals) นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจสอบภายใน (Internal Audit) จะเข้าตรวจสอบกระบวนการทำงานในโครงการที่มีมูลค่าสูงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน
- การประเมินความเสี่ยงเป็นระยะ (Ongoing Risk Assessment): ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตในทุกกลุ่มธุรกิจและพื้นที่ปฏิบัติการ (เช่น การขอใบอนุญาต, การจัดการภาษี) เพื่อปรับปรุงมาตรการให้เท่าทันต่อความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป
- การฝึกอบรมและแจ้งเบาะแส (Training & Whistleblowing): จัดให้มีการฝึกอบรมด้านการต่อต้านคอร์รัปชันภาคบังคับ โดยเน้นพนักงานในตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสที่เชื่อถือได้และมีการคุ้มครองผู้แจ้งเหตุอย่างเป็นรูปธรรม
การส่งเสริมจริยธรรมผ่านการสื่อสารและการฝึกอบรม
เพื่อให้มาตรการจัดการความเสี่ยงในพื้นที่ความเสี่ยงสูง (High-Risk Operations) ข้างต้นถูกนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม กลุ่มบริษัทฯ จึงกำหนดกระบวนการสื่อสารและฝึกอบรมที่เป็นระบบเพื่อสร้างจิตสำนึก "ไม่ยอมรับการทุจริต" (Zero-Tolerance Culture) ดังนี้:
การรับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing and Complaints Mechanism)
กลุ่มบริษัทตระหนักถึงความจำเป็นในการส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กรมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใส จึงได้กำหนดนโยบายและกลไกการรับเรื่องร้องเรียน/การแจ้งเบาะแสที่เป็นทางการ เพื่อรองรับกรณีที่พบเห็นการกระทำที่สงสัยว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมาย จรรยาบรรณทางธุรกิจ หรือเหตุต้องสงสัยที่อาจก่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน โดยมีโครงสร้างการดำเนินงานและมาตรการคุ้มครองดังนี้:
โครงสร้างการดำเนินงานและความเป็นอิสระ (Operational Structure and Oversight)
ช่องทางการแจ้งเบาะแส (Reporting Channels)
ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเบาะแสพร้อมส่งรายละเอียดหลักฐานต่างๆ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ดังนี้:
การคุ้มครองผู้แจ้งเหตุ (Whistleblower Protection)
การแจ้งเหตุแบบไม่เปิดเผยตัวตน (Anonymity): กลไกนี้เปิดโอกาสให้ผู้แจ้งเบาะแสสามารถส่งรายงานได้อย่างเป็นความลับ หรือเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตนได้ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและลดความกังวลของผู้ให้ข้อมูล

ผลการดำเนินงาน
จำนวนข้อร้องเรียนที่มีนัยสำคัญ 2568
จำนวนข้อร้องเรียนด้านบรรษัทภิบาลที่มีนัยสำคัญ
0
จำนวนการละเมิดที่ขัดต่อหลักจรรยาบรรณทางธุรกิจที่มีนัยสำคัญ
จริยธรรมทางธุรกิจ
0
การคอร์รัปชั่นหรือติดสินบน
0
การฟอกเงินหรือซื้อ-ขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน
0
ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
0
ข้อมูลของลูกค้า
0
สิ่งแวดล้อม อนามัย และความปลอดภัย
0
การละเมิดสิทธิมนุษยชน
0
การเลือกปฏิบัติหรือการล่วงละเมิด
0
ผลการประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้น
บริษัทได้มีการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2568 ได้รับคะแนนประเมินร้อยละ 100 จากโครงการประเมินคุณภาพการประชุมผู้ถือหุ้น โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (Thai Investors Association) ระยะเวลา 9 ปี ติดต่อกัน


การบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์
กลุ่มบริษัทมีจรรยาบรรณในการให้บริการลูกค้าที่เน้นการปฏิบัติที่เป็นพลเมืองดี คู่ไปกับการกำกับดูแลกิจการที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม และเป็นมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน มีการประเมินระดับความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่องในธุรกิจไบโอดีเซลและธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยเน้นความสะดวกในการติดต่อ การรายงานความคืบหน้า การแก้ไขปัญหา และคุณภาพสินค้า/บริการ
กลุ่มบริษัทมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคู่ธุรกิจที่ร่วมงานกับกลุ่มบริษัทให้มีการบริหารจัดการตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยพร้อมให้คำแนะนำและการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ อาทิ การถ่ายทอดความรู้ การประเมินประสิทธิภาพ การให้ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุง
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทได้จัดทำ “จรรยาบรรณในการให้บริการลูกค้า EA (EA Customer Service Code of Conduct)” เพื่อเป็นแนวทางให้คู่ค้าธุรกิจร่วมกันปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดี ควบคู่กับการกำกับดูแลกิจการที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนใช้เป็นมาตรฐานร่วมในการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังได้จัดทำ “จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ” โดยยึดหลักและแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับข้อบังคับ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนยึดโยงกับกฎบัตรและมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น
จรรยาบรรณในการให้บริการลูกค้า EA
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ
ผลการดำเนินงาน
คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามมาตรฐาน
การส่งมอบสินค้า/บริการตรงตามความต้องการของลูกค้า
ความเรียบร้อยของบรรจุภัณฑ์ของสินค้าเมื่อได้รับ
การให้บริการด้านเทคนิค/ด้านบริการของผลิตภัณฑ์
การปฏิบัติการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
มีระดับความพึงพอใจไม่น้อยกว่า 90%
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการ
จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ (EA Supplier's Code of Conduct)
กลุ่มบริษัทกำหนดจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ (EA Supplier's Code of Conduct) ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ให้คู่ค้าปฏิบัติตามเกณฑ์ด้าน ESG และสิทธิมนุษยชน โดยครอบคลุมประเด็นหลัก ดังนี้
นโยบายเหล่านี้ถูกบูรณาการเข้ากับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และข้อกำหนดในกระบวนการฝึกอบรมคู่ค้า เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจัดซื้อทุกคนเข้าใจและนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพกับคู่ค้าและครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าในระดับสากล จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจดังกล่าวได้ถูกจัดทำขึ้นทั้งในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำความเข้าใจและยึดถือปฏิบัติสำหรับคู่ค้าทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน
โครงสร้างการกำกับดูแลและบทบาทความรับผิดชอบ
กลุ่มบริษัทกำหนดกลไกการกำกับดูแลการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ระดับนโยบายสู่ระดับปฏิบัติ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายด้านความยั่งยืน ดังนี้:
- คณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร: มีหน้าที่กำกับดูแลภาพรวมการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการคู่ค้าและแผนงาน ESG ของคู่ค้า (Supplier ESG Program) เพื่อให้มั่นใจว่าการขับเคลื่อนกลยุทธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกันและได้รับความสำคัญสูงสุดในระดับองค์กร
- ผู้อำนวยการสายงานจัดซื้อจัดจ้าง (Head of Supply Chain Department): รับผิดชอบการสอบทานแนวปฏิบัติในการจัดซื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าความต้องการทางธุรกิจและความคาดหวังขององค์กร สอดคล้องกับจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) และข้อกำหนดด้าน ESG โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าและผลลัพธ์ต่อผู้บริหารตามลำดับชั้น
- คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement Committee): มีบทบาทในการพิจารณาคัดเลือกและตัดสินใจจัดซื้อจัดจ้างสำหรับโครงการที่มีมูลค่าสูง เพื่อรักษาความโปร่งใสและบรรษัทภิบาล
- ฝ่ายจัดซื้อ: ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการหลักในการคัดเลือกคู่ค้า (Supplier Selection) การคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้น (Pre-Risk Assessment) และการประเมินคู่ค้าตามเกณฑ์ ESG รวมถึงการสื่อสารแนวทางปฏิบัติให้กับคู่ค้าและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
- หน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้อง: มีการจัดอบรมภายในแผนก (Department Training) เพื่อถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติและสร้างความเข้าใจที่ตรงกันให้กับพนักงานจัดซื้อ (Buyers) และผู้มีส่วนได้เสียภายในอย่างสม่ำเสมอ
นโยบายเหล่านี้ถูกบูรณาการเข้ากับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และข้อกำหนดในกระบวนการฝึกอบรมคู่ค้า เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจัดซื้อทุกคนเข้าใจและนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพกับคู่ค้าและครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าในระดับสากล จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจดังกล่าวได้ถูกจัดทำขึ้นทั้งในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำความเข้าใจและยึดถือปฏิบัติสำหรับคู่ค้าทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน
กระบวนการและมาตรการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน (Sustainable Supply Chain Management Framework) โดยมุ่งเน้นการบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างคุณค่าร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมีกระบวนการสำคัญดังนี้:
- การประเมินคุณภาพและมาตรฐาน (Quality Assurance & Compliance): ครอบคลุมด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- การบริหารจัดการด้านความยั่งยืน (ESG Management): ประเมินความสอดคล้องกับนโยบายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHS) การจัดการสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมให้คู่ค้ารายงานข้อมูลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน การต่อต้านคอร์รัปชัน จริยธรรมทางธุรกิจ และความโปร่งใส
- เกณฑ์ด้านธุรกิจ: พิจารณาความคุ้มค่าด้านต้นทุน สถานะทางการเงิน และชื่อเสียงหรือการอ้างอิงเชิงบวก
- เกณฑ์ด้านความสำคัญทางธุรกิจ (Business Relevance): พิจารณาจากคู่ค้าที่มีมูลค่าการจัดซื้อสูง คู่ค้าที่จัดหาสินค้า/บริการที่ทดแทนได้ยาก หรือคู่ค้าที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในธุรกิจ
- มิติด้านความยั่งยืน (ESG Aspects): คัดกรองความเสี่ยงในด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคม สิทธิมนุษยชนและแรงงาน และการกำกับดูแล การต่อต้านทุจริต
- ระเบียบวิธีคัดกรอง (Screening Methodology): วิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงลึกใน 3 ระดับ:
- ความเสี่ยงรายประเทศ (Country-specific risk): สถานการณ์ทางการเมือง กฎระเบียบ และสถานะด้านสิทธิมนุษยชน
- ความเสี่ยงรายกลุ่มธุรกิจ (Sector-specific risk): ลักษณะเฉพาะของอุตสาหกรรม เช่น การใช้พลังงานเข้มข้น หรือความเสี่ยงด้านมลพิษ
- ความเสี่ยงรายผลิตภัณฑ์ (Commodity-specific risk): โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของวัตถุดิบ การใช้ที่ดิน และความเป็นพิษของวัสดุ
- การทวนสอบจากข้อมูลที่เปิดเผย (Desk Assessment): ดำเนินการประเมินเป็นประจำทุกปีผ่านแบบสอบถามการประเมินตนเอง (Self-Assessment Questionnaire) โดยมีการทวนสอบหลักฐานเชิงระบบจากหน่วยงานจัดซื้อของบริษัท
- การประเมิน ณ สถานประกอบการ (On-site Assessment): จัดให้มีการตรวจสอบ ณ สถานที่จริงโดยพนักงานของกลุ่มบริษัท (2nd party assessment) หรือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินสภาพการทำงานจริงและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม โดยกลุ่มบริษัท ได้นำมาตรฐาน SMETA มาใช้เป็นแนวทางอ้างอิงในการกำหนดเกณฑ์การตรวจสอบ และยังยอมรับการรับรองมาตรฐานสากลอื่นๆ เช่น ISO 14001, ISO 45001, ISCC
- การให้คำแนะนำและติดตามแผนการปรับปรุง (Corrective Action Plan- CAP): ในกรณีที่ผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด กลุ่มบริษัท จะร่วมกับคู่ค้าในการจัดทำแผนปรับปรุงแก้ไข (CAP) โดยมีการติดตามผลเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส พร้อมทั้งให้คำแนะนำช่วยเหลือทั้งในรูปแบบทางไกล (Remote) หรือการลงพื้นที่สนับสนุน เพื่อให้คู่ค้าสามารถยกระดับการดำเนินงานให้เป็นไปตามความคาดหวังของบริษัท


การพัฒนาศักยภาพและพันธมิตรเพื่อความยั่งยืน (Capacity Building and Strategic Collaboration)
กลุ่มบริษัทมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถของทั้งบุคลากรภายในและคู่ค้าธุรกิจ เพื่อสร้างระบบนิเวศห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น ดังนี้:
- การฝึกอบรมและสร้างความตระหนักรู้: จัดโครงการฝึกอบรมออนไลน์ (Supplier Training Sessions) ให้แก่คู่ค้า โดยเฉพาะคู่ค้ารายสำคัญ (Significant Suppliers) ซึ่งครอบคลุมหัวข้อหลัก ได้แก่ แผนงาน ESG ของกลุ่มบริษัท จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ (Supplier Code of Conduct) และนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อให้คู่ค้าเข้าใจเกณฑ์และมาตรฐานที่บริษัทคาดหวัง รวมถึงแบ่งปันแนวทางการปฏิบัติที่ดีให้แก่คู่ค้า
- การสนับสนุนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง: สำหรับคู่ค้าที่ผลการประเมินยังไม่บรรลุเกณฑ์ กลุ่มบริษัท จะจัดโปรแกรมสร้างศักยภาพ (Capacity Building Program) และให้คำแนะนำในการจัดทำแผนแก้ไข จนกว่าคู่ค้าจะสามารถยกระดับคะแนนได้ตามมาตรฐาน
- เกณฑ์การคัดเลือกที่เป็นธรรม: กลุ่มบริษัท ให้คะแนนพิเศษแก่คู่ค้าที่มีผลการดำเนินงานด้าน ESG โดดเด่นในกระบวนการคัดเลือกและมอบหมายงาน (Contract Awarding)
- การอบรมบทบาทหน้าที่ด้าน ESG: จัดการอบรมภายในแผนก (Department Training) ให้แก่พนักงานจัดซื้อ (Buyers) และผู้มีส่วนได้เสียภายในอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสื่อสารนโยบายและแนวปฏิบัติล่าสุด รวมถึงบทบาทหน้าที่ในการตรวจสอบและคัดกรองคู่ค้าตามเกณฑ์ ESG
- การยกระดับทักษะวิชาชีพ: มุ่งเน้นการขยายฐานความรู้ด้านการจัดซื้ออย่างยั่งยืนและการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้พนักงานสามารถวิเคราะห์และรับมือกับความท้าทายในห่วงโซ่อุปทานที่มีความซับซ้อนได้อย่างมืออาชีพ
- การประเมินความเสี่ยงเชิงรุก: ใช้เครื่องมือ ESG Risk Self-Assessment และการคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้น (Pre-Risk Assessment) ตั้งแต่เริ่มรับสมัครคู่ค้าใหม่ เพื่อระบุกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
- ระบบการตรวจสอบและแก้ไข: ดำเนินการตรวจสอบ ณ สถานประกอบการเป็นประจำทุกปีสำหรับคู่ค้ากลุ่มเสี่ยง หากพบการละเมิดจรรยาบรรณหรือข้อกำหนดด้าน ESG กลุ่มบริษัทจะดำเนินการสอบสวนและร่วมพัฒนาแผนแก้ไขโดยทันที หากเป็นกรณีการละเมิดที่ร้ายแรง กลุ่มบริษัทสงวนสิทธิ์ในการยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจเพื่อรักษามาตรฐานธรรมาภิบาล
- ความร่วมมือตามมาตรฐานสากล: เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการและกรอบความร่วมมือต่างๆ เช่น UN Global Compact รวมถึงการนำมาตรฐาน ISCC (International Sustainability and Carbon Certification)
- โครงการร่วมเพื่อสิ่งแวดล้อม: ประสานความร่วมมือกับคู่ค้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) และการจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Resource Efficiency) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) ร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า

