การกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมทางธุรกิจ

แนวทางการบริหารจัดการ

คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีคู่มือบริษัท ซึ่งประกอบด้วย วัฒนธรรมองค์กร (วิสัยทัศน์, พันธกิจ, ค่านิยม), จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ, จรรยาบรรณกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน, การกำกับดูแลกิจการ, ความรับผิดชอบต่อสังคม และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนรับทราบทำความเข้าใจ และยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และมีมาตรการในการติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตาม โดยคณะกรรมการบริษัทกำหนดให้เป็นหน้าที่ของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ที่ต้องปฏิบัติตาม นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังส่งเสริมให้เผยแพร่คู่มือบริษัทให้ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทราบ โดยเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์กลุ่มบริษัท และกำหนดให้มีการทบทวนคู่มือบริษัททุกปี

โครงสร้างการกำกับดูแลและบทบาทความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

โครงสร้างและบทบาทของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่หลากหลายตามตารางความรู้ความชำนาญ (Board Skills Matrix) ซึ่งครอบคลุมทักษะจำเป็นด้านกลยุทธ์ นวัตกรรมพลังงาน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) โดยกรรมการทุกท่านมีความทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ตามหลักความระมัดระวังและความซื่อสัตย์ (Fiduciary Duties) เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ทั้งนี้ คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำหนดวิสัยทัศน์และนโยบายเชิงกลยุทธ์ พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อกลั่นกรองภารกิจเฉพาะด้านอย่างละเอียด ตลอดจนกำกับดูแลฝ่ายจัดการและเลขานุการบริษัทให้ดำเนินงานตามกฎหมาย ข้อบังคับ และจรรยาบรรณธุรกิจอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างกลไกการกำกับดูแลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพสูงสุดทั่วทั้งกลุ่มบริษัท โดยโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย มีรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้

บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทและกรรมการชุดย่อย

บทบาทหน้าที่สำคัญ
  • กำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ นโยบายและทิศทางการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท
  • ควบคุมดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดต่อกลุ่มบริษัท และผู้ถือหุ้น
  • เป็นอิสระจากฝ่ายบริหารเพื่อดูแลการทำงานและผลประกอบการของฝ่ายบริหารให้มีความตั้งใจและระมัดระวังในการปฏิบัติงาน รวมทั้งประเมินการทำงานและกำหนดค่าตอบแทน
บทบาทหน้าที่สำคัญ
  • พิจารณาและกลั่นกรองทิศทางการดำเนินงาน แผนธุรกิจ และกลยุทธ์ ในการดำเนินงาน และควบคุมดูแลการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามนโยบาย เป้าหมาย แผนการดำเนินงาน กลยุทธ์ทางธุรกิจ และงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
  • พิจารณาระเบียบวิธีปฏิบัติ และคู่มือการปฏิบัติงานของกลุ่มบริษัท
บทบาทหน้าที่สำคัญ
  • พิจารณารายงานทางการเงิน ความครบถ้วนของข้อมูล และประเมินความเหมาะสมของหลักการบัญชีที่ใช้ในรายงานทางการเงิน
  • สอบทานเพื่อให้มั่นใจว่าฝ่ายบริหารได้กำหนดให้มีการควบคุมภายใน รวมถึงการควบคุมภายในของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม เพียงพอและครอบคลุมความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และแนวทางการสื่อสารความสำคัญของการควบคุมภายใน
  • สอบทานประสิทธิภาพของผลการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในว่าได้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบภายใน
บทบาทหน้าที่สำคัญ
  • กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลและสนับสนุนให้มีการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท รวมถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ตลอดจนพิจารณาและทบทวนมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านั้นให้อยู่ในระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้
  • ติดตามการนำไปปฏิบัติ สอบทานรายงานการบริหารความเสี่ยง และดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการความเสี่ยงมีความเพียงพอและเหมาะสม และการบริหารความเสี่ยงได้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
บทบาทหน้าที่สำคัญ
  • พิจารณานโยบายและแนวทางปฏิบัติการกำกับดูแลกิจการที่ดี และวางแผนเกี่ยวกับกิจการที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อสังคม และผู้มีส่วนได้เสีย
  • พิจารณาและให้คำแนะนำในการจัดทำกรอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาด้านความยั่งยืนให้มีมาตรฐาน รวมทั้งสามารถเทียบเคียงได้กับแนวปฏิบัติหรือหลักการที่เป็นสากล เพื่อให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของกลุ่มบริษัท
  • กำหนดนโยบายด้านความยั่งยืนและด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้สอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ในมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล ทั้งในระดับสากลและระดับประเทศ รวมถึงพิจารณาความเคลื่อนไหวที่เป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนและด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท
บทบาทหน้าที่สำคัญ
  • พิจารณานโยบายการสรรหากรรมการและผู้บริหารระดับสูง เพื่อสรรหาและคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งที่มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณสมบัติเหมาะสม
  • ทบทวนระบบประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
  • พิจารณาให้มีการจัดทำแผนการสืบทอดงาน และทบทวนแผนการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง
  • พิจารณาให้มีการจัดทำแผนการพัฒนากรรมการเพื่อพัฒนาความรู้ บทบาทหน้าที่ของกรรมการ รวมถึงกฎเกณฑ์หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกลุ่มบริษัท
  • พิจารณาโครงสร้างอัตราค่าตอบแทน และเสนอค่าตอบแทนสำหรับคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และผู้บริหารระดับสูง

องค์ประกอบของคณะกรรมการ

กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับโครงสร้างคณะกรรมการที่มีการถ่วงดุลอำนาจอย่างเหมาะสม เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทมีจำนวนทั้งหมด 12 ท่าน โดยมีรายละเอียดองค์ประกอบดังนี้:

1
กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (Non-Executive Directors): จำนวน 9 ท่าน (คิดเป็นร้อยละ 75 ของกรรมการทั้งคณะ) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลฝ่ายจัดการอย่างเป็นอิสระ
2
กรรมการอิสระ (Independent Directors): จำนวน 4 ท่าน (ร้อยละ 33.33)
3
การแยกบทบาทหน้าที่ชัดเจน: กลุ่มบริษัท กำหนดให้ประธานกรรมการต้องไม่เป็นผู้บริหาร และเป็นคนละบุคคลกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เพื่อแยกหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและการกำกับดูแลออกจากบริหารงานประจำ ทำให้ระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจมีความเข้มแข็ง

คุณสมบัติและทักษะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีคุณสมบัติและทักษะที่หลากหลาย โดยสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทฯ มีการจัดทำตารางความรู้ความชำนาญ (Board Skills Matrix) จากประสบการณ์ ประวัติการศึกษา การอบรม

ความรู้และความสามารถของกรรมการบริษัท
ประเภทกรรมการ
  • ประธานกรรมการบริษัท (กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร)
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (1)
  • 17 ปี 9 เดือน
ความเชี่ยวชาญ
  • เศรษฐศาสตร์
  • ประกันภัยและประกันชีวิต
  • กฎหมาย
  • การเจรจาต่อรอง
  • ผู้นำ
ประเภทกรรมการ
  • กรรมการอิสระ
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (1)
  • 13 ปี 6 เดือน
ความเชี่ยวชาญ
  • พลังงานและสาธารณูปโภค
  • วิศวกรรม
  • ตรวจสอบภายใน
  • การจัดการความเสี่ยง
  • การกำกับดูแล
ประเภทกรรมการ
  • กรรมการอิสระ
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (1)
  • 15 ปี 1 เดือน
ความเชี่ยวชาญ
  • กฎหมาย
  • ตรวจสอบภายใน
  • การจัดการความเสี่ยง
  • การกำกับดูแล
  • การเจรจาต่อรอง
ประเภทกรรมการ
  • กรรมการอิสระ
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (1)
  • 10 ปี 8 เดือน
ความเชี่ยวชาญ
  • ธนาคาร
  • ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
  • เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • ความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • วิศวกรรม
  • ตรวจสอบภายใน
ประเภทกรรมการ
  • กรรมการอิสระ
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (1)
  • 5 ปี 8 เดือน
ความเชี่ยวชาญ
  • เงินทุนและหลักทรัพย์
  • วิษศวกรรม
  • การเงิน
  • การจัดการกองทุน
  • การบริหารธุรกิจ
ประเภทกรรมการ
  • กรรมการบริษัท (กรรมการที่เป็นผู้บริหาร)
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (1)
  • 1 ปี 8 เดือน
ความเชี่ยวชาญ
  • บริหารธุรกิจ
  • บัญชี
  • สื่อและสิ่งพิมพ์
ประเภทกรรมการ
  • กรรมการบริษัท (กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร)
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (1)
  • 1 ปี 8 เดือน
ความเชี่ยวชาญ
  • ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
  • บริหารธุรกิจ
  • พลังงานและสาธารณูปโภค
  • วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
  • ความยั่งยืน
ประเภทกรรมการ
  • กรรมการบริษัท (กรรมการที่เป็นผู้บริหาร)
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (1)
  • 1 ปี 5 เดือน
ความเชี่ยวชาญ
  • การเงิน
  • วิศวกรรม
  • บริหารธุรกิจ
  • การจัดการความเปลี่ยนแปลง
  • ผู้นำ
ประเภทกรรมการ
  • กรรมการบริษัท (กรรมการที่เป็นผู้บริหาร)
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (1)
  • 1 ปี 5 เดือน
ความเชี่ยวชาญ
  • ธนาคาร
  • เงินทุนและหลักทรัพย์
  • การเงิน
  • วิศวกรรม
  • บริหารธุรกิจ
ประเภทกรรมการ
  • กรรมการบริษัท (กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร)
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (1)
  • 1 ปี 5 เดือน
ความเชี่ยวชาญ
  • เศรษฐศาสตร์
  • บริหารธุรกิจ
  • เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
ประเภทกรรมการ
  • กรรมการบริษัท (กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร)
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (1)
  • 1 ปี
ความเชี่ยวชาญ
  • เศรษฐศาสตร์
  • บริหารธุรกิจ
  • ประกันภัยและประกันชีวิต
  • การเงิน
  • การลงทุนและหลักทรัพย์
ประเภทกรรมการ
  • กรรมการอิสระ
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง (1)
  • 1 เดือน
ความเชี่ยวชาญ
  • ประกันภัยและประกันชีวิต
  • บริหารรัฐกิจ
  • กฎหมาย
  • การตรวจสอบ
  • การตรวจสอบ

หมายเหตุ: (1) การดำรงตำแหน่งถึง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568

การอบรมและพัฒนาความรู้กรรมการ

ปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่ (New Director Orientation)

กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่จะได้รับทราบข้อมูลของกลุ่มบริษัท กฎระเบียบและข้อมูลธุรกิจที่สำคัญของกลุ่มบริษัทต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ โดยเลขานุการบริษัทได้รับมอบหมายให้นำส่งข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กร ลักษณะการประกอบธุรกิจ โครงสร้างการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท ข้อบังคับของบริษัท และคู่มือบริษัท ซึ่งรวบรวมนโยบายและแนวปฏิบัติที่สำคัญขององค์กร (Key Corporate Policies and Practices) อันประกอบด้วย วัฒนธรรมองค์กร จรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจ จรรยาบรรณกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน การกำกับดูแลกิจการที่ดี และนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อให้กรรมการมีความเข้าใจในบริบททางธุรกิจและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่

กลุ่มบริษัทส่งเสริมให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงพัฒนาความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับการทำงานของคณะกรรมการชุดใหญ่และคณะกรรมการชุดย่อย ดังนี้:

1
หลักสูตรอบรมภายนอก (External Programs):
สนับสนุนการเข้าอบรมในหลักสูตรที่สำคัญจากสถาบันชั้นนำ เช่น สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD), ตลาดหลักทรัพย์ฯ และหลักสูตรเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี
2
การเยี่ยมชมสถานประกอบการ (Site Visits):
จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงงานและโครงการต่างๆ ของกลุ่มบริษัท เพื่อให้กรรมการมีความเข้าใจในเชิงลึกเกี่ยวกับนวัตกรรม กระบวนการผลิต และการบริหารจัดการผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปฏิบัติงานจริง

ค่าตอบแทนกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูง

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนมีหน้าที่กำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการบริษัท และนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นต่อไปตามลำดับ โดยมีกระบวนการพิจารณาค่าตอบแทนซึ่งคำนึงถึงความเหมาะสมกับหน้าที่ ความรับผิดชอบ และประโยชน์ที่ได้รับจากกรรมการ

นอกจากค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทแล้ว กลุ่มบริษัท ยังคำนึงถึงความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นจากการมีคณะกรรมการชุดย่อยเพิ่มขึ้น โดยคณะกรรมการบริษัทได้เสนอเพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนของคณะกรรมการชุดย่อย สำหรับการกำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงมีขั้นตอนการพิจารณา จะต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ

การป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest Prevention and Management)

กลุ่มบริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยมีมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่สำคัญดังนี้:

1
โครงสร้างการถือหุ้นที่โปร่งใสและตรวจสอบได้: กลุ่มบริษัท กำหนดโครงสร้างการถือหุ้นที่ชัดเจน โดยไม่มีการถือหุ้นไขว้ (Cross-holding) กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพื่อป้องกันการถ่ายเทผลประโยชน์และรักษาความเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งนี้ ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท และบริษัทย่อยไว้อย่างครบถ้วนในรายงานประจำปี
2
การแบ่งแยกหน้าที่และอำนาจการตัดสินใจ: จัดให้มีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหาร และผู้ถือหุ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Check and Balance) ที่มีประสิทธิภาพ ปราศจากการก้าวก่ายหน้าที่ความรับผิดชอบ และมั่นใจได้ว่าการตัดสินใจเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร
3
ระบบการรายงานส่วนได้เสีย: กลุ่มบริษัท กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารทุกท่านมีหน้าที่จัดทำ "รายงานการมีส่วนได้เสีย" ของตนเองและบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการตรวจสอบและกำกับดูแลรายการที่เกี่ยวโยงกัน (Related Party Transactions) ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด

การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน

นโยบายและการบริหารจัดการความเสี่ยง

กลุ่มบริษัทกำหนดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดซึ่งครอบคลุมถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและคอร์รัปชันในทุกกระบวนการทำงาน โดยมีการทบทวนความเสี่ยงและมาตรการจัดการต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการควบคุมภายในมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และสามารถป้องกันความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ตามมาตรฐานสากล

การประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ในพื้นที่การดำเนินงานที่มีความเสี่ยงสูง(High-Risk Operations & Corruption Risk Assessment)

กลุ่มบริษัทกำหนดนโยบายและขั้นตอนปฏิบัติการที่เข้มงวดเพื่อจัดการความเสี่ยงด้านการทุจริตและการประพฤติมิชอบในทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกิจกรรมที่ถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงสูง (High-Risk Operations) เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ Zero-Tolerance ขององค์กร ดังนี้:

1
การครอบคลุมองค์ประกอบและประเภทของการทุจริต:
กลุ่มบริษัทกำหนดคู่มือปฏิบัติงานเพื่อตรวจทานให้ครอบคลุมประเภทของการทุจริตในทุกมิติ โดยเน้นย้ำความสำคัญในประเด็นต่างๆ ได้แก่ การให้หรือรับสินบน (Bribery), การคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ, การรับของกำนัลและการเลี้ยงรับรองที่ไม่เหมาะสม (Improper Gifts and Hospitality) , การนำทรัพย์สินของบริษัทไปใช้โดยมิชอบ (Extortion) และ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest)
2
มาตรการจัดการในกระบวนการดำเนินงานหลัก:
เพื่อจัดการความเสี่ยงด้านการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงและมีความซับซ้อน กลุ่มบริษัท ได้บูรณาการมาตรการป้องกันไว้ในขั้นตอนการดำเนินงานหลัก (Core Operational Procedures) ดังนี้:
  • กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส (Rigorous Procurement Process): สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง กลุ่มบริษัท กำหนดให้ต้องผ่านการพิจารณาจาก คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement Committee) เพื่อตรวจสอบความสมเหตุสมผลและโปร่งใสในทุกขั้นตอน
  • การควบคุมภายในและการตรวจสอบ (Internal Controls & Audit): มีการกำหนดการควบคุมภายในที่รัดกุม เช่น การแบ่งแยกหน้าที่ (Segregation of Duties) และการอนุมัติหลายระดับ (Multi-level Approvals) นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจสอบภายใน (Internal Audit) จะเข้าตรวจสอบกระบวนการทำงานในโครงการที่มีมูลค่าสูงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน
  • การประเมินความเสี่ยงเป็นระยะ (Ongoing Risk Assessment): ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตในทุกกลุ่มธุรกิจและพื้นที่ปฏิบัติการ (เช่น การขอใบอนุญาต, การจัดการภาษี) เพื่อปรับปรุงมาตรการให้เท่าทันต่อความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป
  • การฝึกอบรมและแจ้งเบาะแส (Training & Whistleblowing): จัดให้มีการฝึกอบรมด้านการต่อต้านคอร์รัปชันภาคบังคับ โดยเน้นพนักงานในตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสที่เชื่อถือได้และมีการคุ้มครองผู้แจ้งเหตุอย่างเป็นรูปธรรม

การส่งเสริมจริยธรรมผ่านการสื่อสารและการฝึกอบรม

เพื่อให้มาตรการจัดการความเสี่ยงในพื้นที่ความเสี่ยงสูง (High-Risk Operations) ข้างต้นถูกนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม กลุ่มบริษัทฯ จึงกำหนดกระบวนการสื่อสารและฝึกอบรมที่เป็นระบบเพื่อสร้างจิตสำนึก "ไม่ยอมรับการทุจริต" (Zero-Tolerance Culture) ดังนี้:

1
การปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรภายใน (Internal Training & Communication):
กลุ่มบริษัท สื่อสารนโยบายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันไปยังกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับชั้นผ่านช่องทางดิจิทัลและกิจกรรมภายในอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการฝึกอบรมที่ครอบคลุม องค์ประกอบหลักของการทุจริตและการให้สินบน (Comprehensive Anti-Corruption Training) เพื่อให้พนักงานเข้าใจถึงรูปแบบความเสี่ยงและการตัดสินใจที่ถูกต้องตามจรรยาบรรณธุรกิจ ทั้งนี้ ได้กำหนดให้เป็นหลักสูตรภาคบังคับในการปฐมนิเทศพนักงานใหม่และการอบรมประจำปี โดยในปี 2568 มีพนักงานเข้าอบรมและผ่านการทดสอบวัดความรู้ครบ 100%
2
การสื่อสารความร่วมมือต่อคู่ค้าและพันธมิตรธุรกิจ (External Communication):
นอกจากการควบคุมภายในแล้ว กลุ่มบริษัท ยังสื่อสารเจตนารมณ์การต่อต้านคอร์รัปชันไปยังบุคคลภายนอกอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และตัวแทนกลางที่เกี่ยวข้องในกระบวนการดำเนินงานหลัก (Core Operational Procedures) ผ่านจดหมายแจ้งนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการทำธุรกิจร่วมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ปราศจากการให้สินบนและการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ
การเฝ้าระวังและรายงานข้อกังวล (Monitoring & Whistleblowing):
กลุ่มบริษัท เผยแพร่นโยบายและช่องทางการแจ้งเบาะแสผ่านเว็บไซต์และบอร์ดประชาสัมพันธ์ของบริษัท เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงกลไกการร้องเรียนได้โดยสะดวก หากพบเห็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตในพื้นที่ปฏิบัติงานต่างๆ โดยบริษัทมีหลักประกันในการคุ้มครองผู้แจ้งเหตุและรักษาความลับอย่างเข้มงวด

การรับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing and Complaints Mechanism)

กลุ่มบริษัทตระหนักถึงความจำเป็นในการส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กรมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใส จึงได้กำหนดนโยบายและกลไกการรับเรื่องร้องเรียน/การแจ้งเบาะแสที่เป็นทางการ เพื่อรองรับกรณีที่พบเห็นการกระทำที่สงสัยว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมาย จรรยาบรรณทางธุรกิจ หรือเหตุต้องสงสัยที่อาจก่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน โดยมีโครงสร้างการดำเนินงานและมาตรการคุ้มครองดังนี้:

โครงสร้างการดำเนินงานและความเป็นอิสระ (Operational Structure and Oversight)
1
ผู้รับผิดชอบอิสระ (Independent Oversight):
เพื่อให้มั่นใจในความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือสูงสุด ทุกเรื่องร้องเรียนจะถูกส่งตรงไปยัง ประธานกรรมการตรวจสอบ (Chairman of the Audit Committee) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการกำกับดูแลการสอบสวน
2
กระบวนการสอบสวน (Investigation):
เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน บริษัทจะดำเนินการผ่านกระบวนการวิเคราะห์ หาสาเหตุที่แท้จริง (Root Cause) และดำเนินการสอบสวนที่เป็นธรรม โดยมีคณะทำงานที่ไม่มีส่วนได้เสียเป็นผู้ดำเนินการ
3
การรักษาความลับ (Confidentiality):
รายละเอียดของรายงานและข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกรักษาไว้เป็นความลับสูงสุดในระบบฐานข้อมูลที่จำกัดสิทธิ์การเข้าถึง
ช่องทางการแจ้งเบาะแส (Reporting Channels)

ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเบาะแสพร้อมส่งรายละเอียดหลักฐานต่างๆ ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ดังนี้:

การคุ้มครองผู้แจ้งเหตุ (Whistleblower Protection)

การแจ้งเหตุแบบไม่เปิดเผยตัวตน (Anonymity): กลไกนี้เปิดโอกาสให้ผู้แจ้งเบาะแสสามารถส่งรายงานได้อย่างเป็นความลับ หรือเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตนได้ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและลดความกังวลของผู้ให้ข้อมูล

ช่องทางการแจ้งเบาะแสการทุจริต
อ่านเพิ่มเติม

ผลการดำเนินงาน

จำนวนข้อร้องเรียนที่มีนัยสำคัญ 2568

จำนวนข้อร้องเรียนด้านบรรษัทภิบาลที่มีนัยสำคัญ

0

จำนวนการละเมิดที่ขัดต่อหลักจรรยาบรรณทางธุรกิจที่มีนัยสำคัญ

จริยธรรมทางธุรกิจ

0

การคอร์รัปชั่นหรือติดสินบน

0

การฟอกเงินหรือซื้อ-ขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน

0

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

0

ข้อมูลของลูกค้า

0

สิ่งแวดล้อม อนามัย และความปลอดภัย

0

การละเมิดสิทธิมนุษยชน

0

การเลือกปฏิบัติหรือการล่วงละเมิด

0

ผลการประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทได้มีการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2568 ได้รับคะแนนประเมินร้อยละ 100 จากโครงการประเมินคุณภาพการประชุมผู้ถือหุ้น โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (Thai Investors Association) ระยะเวลา 9 ปี ติดต่อกัน

1
ผลการดำเนินงานตามนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น: ในปี 2568 กลุ่มบริษัทมีการทบทวน “คู่มือมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น” เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท มีการสื่อสารนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งภายในและภายนอกบริษัท มีการจัดอบรมภายใน (In-house Training) เกี่ยวกับคู่มือมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นให้กับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ พร้อมทั้งประเมินความรู้ความเข้าใจ และสื่อสารไปยังคู่ค้าทางธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งสาธารณชน พร้อมทั้งประกาศนโยบาย “งดรับของขวัญ (No Gift Policy)”
การตรวจสอบข้อร้องเรียนในปี 2567
บริษัทไม่พบกรณีการละเมิดจริยธรรมทางธุรกิจ นอกจากนี้ ไม่มีการเรียกเก็บค่าปรับ หรือการตัดสินลงโทษที่เกี่ยวข้องกับคดีการทุจริตและการติดสินบน
0 กรณี

การบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์

เป้าหมาย
ความพึงพอใจของลูกค้า
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ

กลุ่มบริษัทมีจรรยาบรรณในการให้บริการลูกค้าที่เน้นการปฏิบัติที่เป็นพลเมืองดี คู่ไปกับการกำกับดูแลกิจการที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม และเป็นมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน มีการประเมินระดับความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่องในธุรกิจไบโอดีเซลและธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยเน้นความสะดวกในการติดต่อ การรายงานความคืบหน้า การแก้ไขปัญหา และคุณภาพสินค้า/บริการ

กลุ่มบริษัทมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคู่ธุรกิจที่ร่วมงานกับกลุ่มบริษัทให้มีการบริหารจัดการตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยพร้อมให้คำแนะนำและการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ อาทิ การถ่ายทอดความรู้ การประเมินประสิทธิภาพ การให้ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุง

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทได้จัดทำ “จรรยาบรรณในการให้บริการลูกค้า EA (EA Customer Service Code of Conduct)” เพื่อเป็นแนวทางให้คู่ค้าธุรกิจร่วมกันปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดี ควบคู่กับการกำกับดูแลกิจการที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนใช้เป็นมาตรฐานร่วมในการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังได้จัดทำ “จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ” โดยยึดหลักและแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับข้อบังคับ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนยึดโยงกับกฎบัตรและมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น

ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ
ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ
มาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคม

จรรยาบรรณในการให้บริการลูกค้า EA

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ

ผลการดำเนินงาน

ธุรกิจไบโอดีเซล
ธุรกิจด้านการบริการ
ด้านผลิตภัณฑ์ %
คุณภาพของสินค้าเป็นไปตามมาตรฐาน
การส่งมอบสินค้า/บริการตรงตามความต้องการของลูกค้า
ความเรียบร้อยของบรรจุภัณฑ์ของสินค้าเมื่อได้รับ
การให้บริการด้านเทคนิค/ด้านบริการของผลิตภัณฑ์
การปฏิบัติการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ธุรกิจโรงไฟฟ้าหมุนเวียน
เป้าหมาย ปี 2568

มีระดับความพึงพอใจไม่น้อยกว่า 90%

ธุรกิจโรงไฟฟ้าหมุนเวียน
1. โครงการหนุมาน
จังหวัดชัยภูมิ
ด้านบริการ
%
ด้านคุณภาพ
%
2. โครงการหาดกังหัน
จังหวัดนครศรีธรรมราช, จังหวัดสงขลา
ด้านบริการ
%
ด้านคุณภาพ
%
3. โครงการอีเอ โซล่า
จังหวัดพิษณุโลก
ด้านบริการ
%
ด้านคุณภาพ
%
4. โครงการอีเอ โซล่า
จังหวัดนครสวรรค์
ด้านบริการ
%
ด้านคุณภาพ
%
5. โครงการอีเอ โซล่า
จังหวัดลพบุรี
ด้านบริการ
%
ด้านคุณภาพ
%
6. โครงการอีเอ โซล่า
จังหวัดลำปาง
ด้านบริการ
%
ด้านคุณภาพ
%

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

เป้าหมาย
การรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) สำหรับคู่ค้าใหม่และคู่ค้าระดับ Tier-1 ที่มีความสำคัญ
ครบ %

แนวทางการบริหารจัดการ

จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ (EA Supplier's Code of Conduct)

กลุ่มบริษัทกำหนดจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ (EA Supplier's Code of Conduct) ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ให้คู่ค้าปฏิบัติตามเกณฑ์ด้าน ESG และสิทธิมนุษยชน โดยครอบคลุมประเด็นหลัก ดังนี้

1
สิ่งแวดล้อม: การจัดการพลังงาน ก๊าซเรือนกระจก การจัดการมลพิษ การลดของเสีย การใช้ทรัพยากร รวมถึงการอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)
2
สิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงาน: การป้องกันแรงงานเด็ก และแรงงานบังคับ การเคารพสิทธิในการรวมกลุ่ม การไม่เลือกปฏิบัติและการต่อต้านการล่วงละเมิด เงื่อนไขการปฏิบัติงานที่รวมถึงการลดชั่วโมงการทำงานที่มากเกินควร และมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
3
ธรรมาภิบาล: ยึดมั่นในความโปร่งใส ต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ และการแข่งขันที่เสรี เป็นธรรม

นโยบายเหล่านี้ถูกบูรณาการเข้ากับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และข้อกำหนดในกระบวนการฝึกอบรมคู่ค้า เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจัดซื้อทุกคนเข้าใจและนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพกับคู่ค้าและครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าในระดับสากล จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจดังกล่าวได้ถูกจัดทำขึ้นทั้งในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำความเข้าใจและยึดถือปฏิบัติสำหรับคู่ค้าทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน

โครงสร้างการกำกับดูแลและบทบาทความรับผิดชอบ

กลุ่มบริษัทกำหนดกลไกการกำกับดูแลการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ระดับนโยบายสู่ระดับปฏิบัติ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายด้านความยั่งยืน ดังนี้:

1
ระดับนโยบายและการกำกับดูแลสูงสุด (Board & Executive Level):
  • คณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร: มีหน้าที่กำกับดูแลภาพรวมการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการคู่ค้าและแผนงาน ESG ของคู่ค้า (Supplier ESG Program) เพื่อให้มั่นใจว่าการขับเคลื่อนกลยุทธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกันและได้รับความสำคัญสูงสุดในระดับองค์กร
2
ระดับการบริหารจัดการและตรวจสอบ (Management Level):
  • ผู้อำนวยการสายงานจัดซื้อจัดจ้าง (Head of Supply Chain Department): รับผิดชอบการสอบทานแนวปฏิบัติในการจัดซื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าความต้องการทางธุรกิจและความคาดหวังขององค์กร สอดคล้องกับจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) และข้อกำหนดด้าน ESG โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าและผลลัพธ์ต่อผู้บริหารตามลำดับชั้น
  • คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement Committee): มีบทบาทในการพิจารณาคัดเลือกและตัดสินใจจัดซื้อจัดจ้างสำหรับโครงการที่มีมูลค่าสูง เพื่อรักษาความโปร่งใสและบรรษัทภิบาล
3
ระดับปฏิบัติการ (Operational Level):
  • ฝ่ายจัดซื้อ: ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการหลักในการคัดเลือกคู่ค้า (Supplier Selection) การคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้น (Pre-Risk Assessment) และการประเมินคู่ค้าตามเกณฑ์ ESG รวมถึงการสื่อสารแนวทางปฏิบัติให้กับคู่ค้าและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
  • หน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้อง: มีการจัดอบรมภายในแผนก (Department Training) เพื่อถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติและสร้างความเข้าใจที่ตรงกันให้กับพนักงานจัดซื้อ (Buyers) และผู้มีส่วนได้เสียภายในอย่างสม่ำเสมอ

นโยบายเหล่านี้ถูกบูรณาการเข้ากับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และข้อกำหนดในกระบวนการฝึกอบรมคู่ค้า เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจัดซื้อทุกคนเข้าใจและนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพกับคู่ค้าและครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าในระดับสากล จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจดังกล่าวได้ถูกจัดทำขึ้นทั้งในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำความเข้าใจและยึดถือปฏิบัติสำหรับคู่ค้าทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน

กระบวนการและมาตรการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน (Sustainable Supply Chain Management Framework) โดยมุ่งเน้นการบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) เข้ากับกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างคุณค่าร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมีกระบวนการสำคัญดังนี้:

1
การคัดเลือกและประเมินคู่ค้า (Supplier Selection and Awarding)
กลุ่มบริษัทกำหนดกระบวนการคัดเลือกคู่ค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยคู่ค้าที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีรายชื่อคู่ค้าที่ได้รับอนุมัติ (Approved Vendor List- AVL) ซึ่งมีเกณฑ์การประเมินหลายมิติ ดังนี้:
  • การประเมินคุณภาพและมาตรฐาน (Quality Assurance & Compliance): ครอบคลุมด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • การบริหารจัดการด้านความยั่งยืน (ESG Management): ประเมินความสอดคล้องกับนโยบายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHS) การจัดการสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมให้คู่ค้ารายงานข้อมูลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน การต่อต้านคอร์รัปชัน จริยธรรมทางธุรกิจ และความโปร่งใส
  • เกณฑ์ด้านธุรกิจ: พิจารณาความคุ้มค่าด้านต้นทุน สถานะทางการเงิน และชื่อเสียงหรือการอ้างอิงเชิงบวก
2
การประเมินความเสี่ยงและระบุคู่ค้ารายสำคัญ (Supplier Screening)
เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงมีประสิทธิภาพ กลุ่มบริษัท จัดให้มีการคัดกรองคู่ค้าเพื่อระบุคู่ค้ารายสำคัญ (Significant Suppliers) และคู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง (High-Risk Suppliers) โดยครอบคลุมประเด็นดังนี้:
  • เกณฑ์ด้านความสำคัญทางธุรกิจ (Business Relevance): พิจารณาจากคู่ค้าที่มีมูลค่าการจัดซื้อสูง คู่ค้าที่จัดหาสินค้า/บริการที่ทดแทนได้ยาก หรือคู่ค้าที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในธุรกิจ
  • มิติด้านความยั่งยืน (ESG Aspects): คัดกรองความเสี่ยงในด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคม สิทธิมนุษยชนและแรงงาน และการกำกับดูแล การต่อต้านทุจริต
  • ระเบียบวิธีคัดกรอง (Screening Methodology): วิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงลึกใน 3 ระดับ:
    1. ความเสี่ยงรายประเทศ (Country-specific risk): สถานการณ์ทางการเมือง กฎระเบียบ และสถานะด้านสิทธิมนุษยชน
    2. ความเสี่ยงรายกลุ่มธุรกิจ (Sector-specific risk): ลักษณะเฉพาะของอุตสาหกรรม เช่น การใช้พลังงานเข้มข้น หรือความเสี่ยงด้านมลพิษ
    3. ความเสี่ยงรายผลิตภัณฑ์ (Commodity-specific risk): โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของวัตถุดิบ การใช้ที่ดิน และความเป็นพิษของวัสดุ
3
การตรวจสอบและประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานของผู้ค้าอย่างยั่งยืน (Supplier Assessment)
กลุ่มบริษัท มีระบบการติดตามตรวจสอบผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ (Supplier Code of Conduct):
  • การทวนสอบจากข้อมูลที่เปิดเผย (Desk Assessment): ดำเนินการประเมินเป็นประจำทุกปีผ่านแบบสอบถามการประเมินตนเอง (Self-Assessment Questionnaire) โดยมีการทวนสอบหลักฐานเชิงระบบจากหน่วยงานจัดซื้อของบริษัท
  • การประเมิน ณ สถานประกอบการ (On-site Assessment): จัดให้มีการตรวจสอบ ณ สถานที่จริงโดยพนักงานของกลุ่มบริษัท (2nd party assessment) หรือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินสภาพการทำงานจริงและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม โดยกลุ่มบริษัท ได้นำมาตรฐาน SMETA มาใช้เป็นแนวทางอ้างอิงในการกำหนดเกณฑ์การตรวจสอบ และยังยอมรับการรับรองมาตรฐานสากลอื่นๆ เช่น ISO 14001, ISO 45001, ISCC
  • การให้คำแนะนำและติดตามแผนการปรับปรุง (Corrective Action Plan- CAP): ในกรณีที่ผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด กลุ่มบริษัท จะร่วมกับคู่ค้าในการจัดทำแผนปรับปรุงแก้ไข (CAP) โดยมีการติดตามผลเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส พร้อมทั้งให้คำแนะนำช่วยเหลือทั้งในรูปแบบทางไกล (Remote) หรือการลงพื้นที่สนับสนุน เพื่อให้คู่ค้าสามารถยกระดับการดำเนินงานให้เป็นไปตามความคาดหวังของบริษัท

การพัฒนาศักยภาพและพันธมิตรเพื่อความยั่งยืน (Capacity Building and Strategic Collaboration)

กลุ่มบริษัทมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถของทั้งบุคลากรภายในและคู่ค้าธุรกิจ เพื่อสร้างระบบนิเวศห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น ดังนี้:

1
การพัฒนาศักยภาพคู่ค้า (Supplier ESG Programs)
กลุ่มบริษัทดำเนินโปรแกรมการพัฒนาคู่ค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าความยั่งยืนเป็นกลยุทธ์หลักในทุกมิติ:
  • การฝึกอบรมและสร้างความตระหนักรู้: จัดโครงการฝึกอบรมออนไลน์ (Supplier Training Sessions) ให้แก่คู่ค้า โดยเฉพาะคู่ค้ารายสำคัญ (Significant Suppliers) ซึ่งครอบคลุมหัวข้อหลัก ได้แก่ แผนงาน ESG ของกลุ่มบริษัท จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ (Supplier Code of Conduct) และนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อให้คู่ค้าเข้าใจเกณฑ์และมาตรฐานที่บริษัทคาดหวัง รวมถึงแบ่งปันแนวทางการปฏิบัติที่ดีให้แก่คู่ค้า
  • การสนับสนุนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง: สำหรับคู่ค้าที่ผลการประเมินยังไม่บรรลุเกณฑ์ กลุ่มบริษัท จะจัดโปรแกรมสร้างศักยภาพ (Capacity Building Program) และให้คำแนะนำในการจัดทำแผนแก้ไข จนกว่าคู่ค้าจะสามารถยกระดับคะแนนได้ตามมาตรฐาน
  • เกณฑ์การคัดเลือกที่เป็นธรรม: กลุ่มบริษัท ให้คะแนนพิเศษแก่คู่ค้าที่มีผลการดำเนินงานด้าน ESG โดดเด่นในกระบวนการคัดเลือกและมอบหมายงาน (Contract Awarding)
2
การเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานจัดหา (Procurement Personnel Capacity Building)
เพื่อให้พนักงานจัดซื้อทำหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มบริษัท จึงกำหนดแนวทางพัฒนาบุคลากรดังนี้:
  • การอบรมบทบาทหน้าที่ด้าน ESG: จัดการอบรมภายในแผนก (Department Training) ให้แก่พนักงานจัดซื้อ (Buyers) และผู้มีส่วนได้เสียภายในอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสื่อสารนโยบายและแนวปฏิบัติล่าสุด รวมถึงบทบาทหน้าที่ในการตรวจสอบและคัดกรองคู่ค้าตามเกณฑ์ ESG
  • การยกระดับทักษะวิชาชีพ: มุ่งเน้นการขยายฐานความรู้ด้านการจัดซื้ออย่างยั่งยืนและการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้พนักงานสามารถวิเคราะห์และรับมือกับความท้าทายในห่วงโซ่อุปทานที่มีความซับซ้อนได้อย่างมืออาชีพ
3
การระบุและจัดการผลกระทบเชิงลบในห่วงโซ่อุปทาน (Due Diligence)
กลุ่มบริษัท ใช้กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน (Due Diligence) เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบเชิงลบ:
  • การประเมินความเสี่ยงเชิงรุก: ใช้เครื่องมือ ESG Risk Self-Assessment และการคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้น (Pre-Risk Assessment) ตั้งแต่เริ่มรับสมัครคู่ค้าใหม่ เพื่อระบุกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
  • ระบบการตรวจสอบและแก้ไข: ดำเนินการตรวจสอบ ณ สถานประกอบการเป็นประจำทุกปีสำหรับคู่ค้ากลุ่มเสี่ยง หากพบการละเมิดจรรยาบรรณหรือข้อกำหนดด้าน ESG กลุ่มบริษัทจะดำเนินการสอบสวนและร่วมพัฒนาแผนแก้ไขโดยทันที หากเป็นกรณีการละเมิดที่ร้ายแรง กลุ่มบริษัทสงวนสิทธิ์ในการยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจเพื่อรักษามาตรฐานธรรมาภิบาล
4
การผนึกกำลังเพื่อความยั่งยืน: ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่คุณค่า
กลุ่มบริษัท มุ่งมั่นสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายสิ่งแวดล้อมระดับโลก:
  • ความร่วมมือตามมาตรฐานสากล: เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการและกรอบความร่วมมือต่างๆ เช่น UN Global Compact รวมถึงการนำมาตรฐาน ISCC (International Sustainability and Carbon Certification)
  • โครงการร่วมเพื่อสิ่งแวดล้อม: ประสานความร่วมมือกับคู่ค้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) และการจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Resource Efficiency) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) ร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

Customer Analysis 2024
Customer Service Code of Conduct
EA Policy Contribution
IT Disaster Recovery Plan
Information Security Policy and Procedure
Lobbying and Trade Association Activity Policy
Material Issues of Sustainability
New Business Opportunities
Risk Governance & Risk Management Process
Risk Management Manual
Risk Management Review
Stakeholder Complaint Procedure
Supplier Analysis 2024
Supplier Evaluation
Supply Chain ESG Management
คู่มือบริษัท
จรรยาบรรณของซัพพลายเออร์
นโยบายการต่อต้านการทุจริต